ปลักษณ์คุกเข่า สายตาเลื่อนลอย
“น้องสี่ เจ้าช่างตายได้น่าอนาถเหลือเกิน…” ต้าไป๋จวนจะคลุ้มคลั่งแล้ว ดวงตาจดจ้องเบื้องหน้าพลางร้องโหยหวน
อันหลินเดินโซเซไปยังมุมหนึ่งของห้อง คุกเข่าลงตรงหน้าเปลือกไข่ เปลือกไข่สีน้ำเงินขนาดใหญ่ บัดนี้กลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว
เขาหยิบเศษชิ้นหนึ่งขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา กระซิบอย่างรู้สึกผิดว่า “เสี่ยวหลาน เป็นความผิดข้าเอง ข้าผิดเอง…ผิดเองที่ไม่ซ่อนเจ้าให้ดี…”
บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งขึ้นมาทันตา
เหยาหมิงซีกับเหยาซิ่วเห็นปฏิกิริยาของทุกคนก็สะดุ้งโหยงเช่นกัน
ข้อสันนิษฐานอันน่ากลัวอย่างยิ่งผุดขึ้นในใจเหยาหมิงซี
เขาเอ่ยถามด้วยความกระวนกระวายใจเป็นล้นพ้น “น้องสี่ที่ทุกคนว่าหมายถึง…”
อันหลินโอบอุ้มเปลือกไข่ที่แหลกสลายเต็มพื้น มองเหยาหมิงซีกับเหยาซิ่วแล้วพูดว่า “นี่แหละ…เศษซากของน้องสี่! ตอนแรกข้าอยากให้น้องสี่ฟักตัว พวกเจ้ากลับ…”
เปรี้ยง!
เหยาหมิงซีกับเหยาซิ่วเหมือนถูกฟ้าผ่า ต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับที่
พวกเขาไม่ใช่คนโง่
ทั้งปฏิกิริยาและคำพูดของอันหลิน ทำให้พวกเขาเข้าใจต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวแล้วอย่างสิ้นเชิง!
“คุณพระ…ข้าทำอะไรลงไป!” เหยาซิ่วมองสองมือของตน เรือนร่างอรชรสั่นสะท้าน
นางนี่แหละที่จัดการน้องสี่ของศิษย์พี่อันหลิน…
ซ้ำยังนึ่ง ทอด ผัด ย่าง อบด้วย!
สุดท้าย…ยังคิดจะใช้เปลือกของน้องสี่ทำซุปอีกด้วย!
เหยาหมิงซีก็ดวงตาเลื่อนลอย สมองขาวโพลน
พวกเขาสังหารน้