ิมเลย
เชอรีลเบะปาก ไม่พูดอะไร คิดในใจว่า ‘ออกัสยุ่งเกินไปแล้ว แค่มองผู้ชายก็ต้องกีดกัน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน’
บนท้องนภา ต้าไป๋ทำหน้าตื่นเต้น “ตามกลิ่นไป พวกนางอยู่ข้างหน้านี้นี่แหละ โฮ่ง!”
มุมปากของอันหลินกระตุก ควรจะชื่นชมไหมว่าจมูกของต้าไป๋ดีเหลือเกิน
จากนั้นพวกเขาก็มาถึงเวหาเหนือศีรษะของชาวปีกปัณฑูร เริ่มทอดมองลงไป
“นี่น่ะหรือชาวปีกปัณฑูร คุณพระ เปล่งประกายจริงๆ ด้วย!” อันหลินแสดงอาการตกใจ
“นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญที่เจ้าไม่เห็นหรือว่ารูปร่างของพวกนี้ดีกันมากเลย โฮ่ง” ต๋าไปแลบลิ้น ดวงตากลมโตหยาดเยิ้ม จ้องมองเบื้องล่างไม่วางตา
อันหลินมองผู้หญิงที่อยู่ข้างล่าง บางคนสวมชุดกระโปรงบางเบา เผยให้เห็นหัวไหล่และกระดูกไหปลาร้าขาวราวหิมะ มันหลวมโพรก เห็นความขาวผุดผ่องที่กระเพื่อมอีกด้วย
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขต่างก็สูดหายใจเข้าลึก เคลื่อนไหวตามชาวปีกปัณฑูรเหนือน่านฟ้า
“ออกัส คนที่ขี่สุนัขข้างบนนั้น เหมือนจะกำลังสะกดรอยตามเราอยู่” จู่ๆ เชอรีลก็โพล่งขึ้นมา
ออกัสพยักหน้า “ข้ารู้สึกได้นานแล้ว แต่ที่นี่เป็นอาณาเขตของสรวงสวรรค์ พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไร”
ดวงหน้าของเชอรีลแดงเรื่อ พูดเสียงอ่อยว่า “แต่ข้าคิดว่าพวกเขาต้องทำอะไรแน่ๆ สายตากำลังทำอยู่…”
“หา” ออกัสชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้สติก็เงยหน้ามองขึ้นไป
เมื่อสายตาของทั้งสองฝ่ายประสานกัน ต้าไป๋ก็เงยหน้าขึ้นมองก้อนเมฆเหนือชั้นฟ้าทันที
อันหลินเองก็ละสายตาโ