ระหนึ่งกระบี่คม แผ่นดินสั่นสะเทือน เสียงดังสนั่นของระเบิดบาดหู
ทั้งสองคนอ้าปากค้าง มองเมฆรูปเห็ดตรงเบื้องหน้าอึ้งๆ อยู่นานโขกว่าจะได้สติกลับมา
“ผู้การ…ข้าคิดว่าเหตุระเบิดข้างหน้า มีพลังงานอันแสนคุ้นเคยอยู่” หยางซินพึมพำ
“ไม่ใช่พลังอันแสนคุ้นเคยกลุ่มเดียว แต่เป็นพลังงานอันคุ้นเคยสองกลุ่ม” หลี่หย่งแก้ไข
หยางซินเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “นี่พวกเขาจะพังห้องกักขังหรือ”
ตูม!เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงอีกครั้ง รอบๆ อาคารเริ่มเกิดรอยแตกร้าว…
“อืม…ใช่แล้ว พวกเขากำลังพังตึก” หลี่หย่งพยักหน้าและตอบอย่างขึงขัง
…
อันหลินนั่งหน้าม่อยคอตกอยู่บนเก้าอี้ ผมถูกเปลวไฟเผาจนหยิกฝอย
เขามองคุณลุงคิ้วดกตาโตตรงหน้าอย่างหวั่นวิตก ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ข้างๆ อันหลิน มนุษย์หินเช็ดลาวาสีแดงที่หลั่งออกจากผิว มองซ้ายแลขวาอย่างอับอายเช่นกัน
ตรงหน้าพวกเขาทั้งคู่คือรองผู้อำนวยการอวี้หัว
แม้ใบหน้าของเขาจะปราศจากความขุ่นเคือง แต่แรงกดดันไร้รูปร่างก็ทำให้อันหลินกับหงโต้วนั่งไม่ติดอยู่ดี
“เอาละ พวกเจ้าใครจะพูดก่อน” รองผู้อำนวยการอวี้หัวเอ่ยเสียงเรียบ
“หงโต้วเป็นคนลงมือก่อน!” อันหลินโพล่งขึ้นมาทันควัน
หงโต้วแน่นหน้าอกโดยพลันเมื่อได้ฟัง พูดเสียงกร้าวว่า “เจ้าด่าข้าก่อน!”
“สัตบุรุษตกลงกันด้วยวาจา ไม่ใช่กำลัง ไม่เคยได้ยินหรือ” อันหลินพูดได้เต็มปากเต็มคำ
“เจ้า…” หน้าอกของหงโต้วปริแตก มีเปลวไฟลุกโชนออกมาอีกครั้ง เกิดความคิดอยากจัดกา