รชายหนุ่มคนข้างๆ สักทีขึ้นมาชั่ววูบ
มันพูดไม่เก่ง มักจะเสียเปรียบทางวาจาแก่อันหลินเสมอ ตอนนี้ไม่อาจใช้กำลังได้ มันช่างอัดอั้นเหลือเกิน
รองผู้อำนวยการอวี้หัวนวดหัวคิ้ว เขาคิดว่าหากขังทั้งสองคนไว้ด้วยกัน ไม่แน่อาจจะทะเลาะกันอีกก็ได้ จึงคิดว่าแยกพวกเขาเสียเลยดีกว่า
“หงโต้ว เจ้ากลับไปที่ค่ายของเจ้าก่อน ส่วนเรื่องชดใช้ ข้าจะหารือกับราชาราชสีห์เอง” อวี้หัวกล่าว
“ขอรับ” หงโต้วพยักหน้าตกลง
“อันหลิน เจ้าเองก็กลับไปเสียดีๆ” อวี้หัวพูดต่อ
อันหลินเบิกตากว้าง พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “ปล่อยพวกเรากลับไปอย่างนี้เลยหรือ ไม่เพิ่มเวลากักบริเวณแล้วหรือ”
อวี้หัวได้ฟังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า “เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรแผลงๆ หากสร้างเรื่องอีก ได้เห็นดีกันแน่!”
ทันใดนั้น อันหลินก็รู้สึกถึงพลังอันชวนให้หยุดหายใจ
เขาพยักหน้ารัวๆ ปานลูกไก่จิกข้าวทันที ไม่กล้าขัดใจเลยแม้แต่นิด
“พวกเจ้าจดจำให้ขึ้นใจ หากทะเลาะวิวาทกันอีก ข้าจะถอนสิทธิ์การเข้าร่วมมรรคเทศนาของพวกเจ้าทันที!” อวี้หัวเตือนทั้งสองอีกครั้ง
หงโต้วพยักหน้าจริงจัง
แต่อันหลินกลับดวงตาเป็นประกาย มองหงโต้วอย่างมีเลศนัย…
“และถูกปรับหนึ่งแสนหินวิญญาณ!” อวี้หัวพูดเสริมอีกครั้ง
ประกายในดวงตาอันหลินหม่นหมองลง