อยๆ หน่อย จะมีรายได้ราวๆ สองหมื่นหินวิญญาณ
แม้ค่าตอบแทนจะถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับนักพรตบำเพ็ญเซียนบางส่วน แต่ศิษย์พี่หลิวกลับล้วงออกมาโดยไม่ทันได้กะพริบตาด้วยซ้ำ
อันหลินเริ่มสงสัยแล้วว่าครอบครัวนางถลุงแร่ มิเช่นนั้นจะเอาเงินมากมายก่ายกองมาให้นางถลุงได้อย่างไร
ด้วยเรื่องนี้เอง อันหลินเคยเจาะจงถามศิษย์พี่แล้ว
แต่ศิษย์พี่กลับไม่ได้ตอบโดยตรง เพียงแค่พูดว่าเพราะสาเหตุบางประการ ความสัมพันธ์ของนางกับครอบครัวไม่ได้ดีมากนัก ‘นอกจากมีเงินมากแล้ว มันว่างเปล่ามากจริงๆ ฉะนั้นศิษย์น้องอันหลินจำต้องเล่นเกมกับข้าบ่อยๆ นะ’
แน่นอนว่าอันหลินไม่มีทางเชื่อคำพูดเหลวไหลพวกนี้ แต่เขาก็ขี้เกียจจะซักไซ้ให้มากความ ถูกอุปการะอย่างดีก็พอแล้ว
ขณะที่กำลังเล่นเกมอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นแว่วมาไกลๆ
“เอ๊ะ มีคนกำลังสู้กันอยู่หรือ ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาทในรั้วสำนักไม่ใช่หรือ” อันหลินมองไปทางต้นเสียงอย่างฉงนสนเท่ห์ จากนั้นก็เห็นแสงกระบี่สีดำเส้นหนึ่งพุ่งขึ้นสูง
“โอ๊ย มีอะไรน่าดูกัน เรื่องทะเลาะเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เรามาเล่นเกมต่อเถอะ!” ดวงตาคู่งามของหลิวเชียนฮ่วนเป็นประกาย ฉวยโอกาสตอนที่อันหลินวอกแวก ฆ่าตัวละคนของเขาอีกครั้ง
อันหลินยังคงจดจ้องทิศทางที่ต่อสู้ไม่วางตา ในใจเกิดความรู้สึกคุ้นเคย “ศิษย์พี่หลิว ข้าขอเสียมารยาทสักเดี๋ยว เหมือนว่าจะมีคนรู้จักอยู่ทางนั้น!”
พูดจบเขาก็ขี่ก้อนอิฐขึ้นแล้วพุ่งไปทางที่ต่อสู