นใจ แต่ผู้อื่นเป็นฝ่ายมอบของขวัญให้ ไม่รับไม่ได้หรอกมั้ง
คิดได้ดังนั้น เขาจึงจำใจรับกล่องไม้ชิ้นนี้ไว้ พร้อมกับแสดงความขอบคุณ
ซูซิ่นตบไหล่อันหลินปุๆ นัยน์ตาเปี่ยมด้วยการให้กำลังใจ
อันหลิน “…”
เขาสังหรณ์ใจว่า สิ่งที่อยู่ในกล่องไม้ต้องไม่ใช่ของดีอะไรแน่ๆ!
หากว่าเป็นไปได้ละก็ เขาไม่อยากรับของขวัญชิ้นนี้เลยจริงๆ
อันหลินขึ้นขี่หลังต้าไป๋ เหาะขึ้นฟ้าหลังบอกลาซูเฉี่ยนอวิ๋นกับซูซิ่นแล้ว
ทอดมองราชวังชิงมู่ที่ค่อยๆ ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ บนนภา อันหลินหยิบกล่องไม้ออกจากแหวนมิติ
เขามองของสิ่งนี้ประหนึ่งเป็นกล่องแพนโดรา จมอยู่ในภวังค์ความคิด
โยนมันทิ้งไปเลยดีไหม
ความคิดหนึ่งแวบผ่านเข้ามาในหัวของเขา
ไม่สิ…เกิดเป็นของสำคัญอะไรขึ้นมาล่ะ…
สุดท้ายความสงสัยของมนุษย์ก็เอาชนะสติสัมปชัญญะอยู่ดี
เขาค่อยๆ เปิดกล่องไม้ออกช้าๆ
สิ่งที่เข้ามาในดวงตา เป็นจดหมายที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ฉบับหนึ่ง
จดหมายรัก?
อันหลินค่อยๆ คลี่จดหมายที่ถูกพับไว้ออก ประโยคแรกเริ่มปรากฏสู่สายตาของเขา : [น้องเขยอันหลิน เชื่อว่าหากเจ้าเห็นจดหมายฉบับนี้ต้องตกใจมากเป็นแน่…]
เขาอ่านไปแค่ประโยคเดียวก็มือสั่น เกือบจะโยนจดหมายทิ้งแล้ว
ซูซิ่นพูดถูก อันหลินที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ตกใจมากจริงๆ แถมยังสยดสยองหลังเห็นเนื้อหาด้วย!
น้องเขยอันหลินเหรอ
ให้ตายสิพับผ่า!
เป็นอย่างที่คิด…
กล่องไม้นี้โยนทิ้งไปเสียดีกว่า!
อันหลินยกกล่องไม้ขึ้น ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ค่อยๆ ล