ดมือลง
อืม…ก่อนโยนขอดูหน่อยว่าเขาพูดอะไร
สติสัมปชัญญะของเขาถูกความใคร่รู้ทำลายอีกครั้ง คลี่จดหมายออกช้าๆ แล้วอ่านมันต่อ
‘ข้าเรียกเจ้าว่าน้องเขยได้โปรดอย่าตกใจ’ (ไม่ได้ตกใจ มีแต่ความสยดสยองต่างหาก)
‘เพราะเจ้าเป็นผู้ชายที่สนิทสนมกับอวิ๋นเล่อที่สุด และเป็นคนที่มีโอกาสล้มฉางเอ๋อได้มากที่สุด ไม่แน่ว่าในวันข้างหน้า เจ้าอาจจะกลายเป็นน้องเขยของข้าจริงๆ ก็ได้’ (ประโยคล้มฉางเอ๋อน่ากลัวกว่าประโยคก่อนหน้านี้อีก)
‘ข้าคิดว่าแม้สหายอันหลินจะไม่อยากจีบอวิ๋นเล่อในตอนนี้ แต่อนาคตต้องหวั่นไหวเป็นแน่ เพราะอวิ๋นเล่อเป็นสตรีที่เพียบพร้อมเช่นนี้ ใช่ไหม’ (มันไม่เกี่ยวกับความเพียบพร้อม! เพิ่มคำว่าเพียบพร้อมแล้ว ต่อไปคงเข้าประเด็นหลักแล้วสินะ)
อันหลินเดาไม่ผิด สิ่งที่จะพูดต่อไปนั้น เป็นประเด็นหลักจริงๆ
‘เมื่อเจ้าอยากจีบอวิ๋นเล่อ ตัวก็อยู่ไกลถึงสรวงสวรรค์แล้ว ข้าในฐานะที่เป็นพี่ชาย อยากช่วยก็จนปัญญา จึงตั้งใจเขียนข้อมูลเหล่านี้ หวังว่าจะช่วยเหลือเจ้าได้มากที่สุด’
‘วันเกิดของอวิ๋นเล่อคือ…สัตว์ที่นางชอบ…อาหารที่นางชอบกิน…เรื่องที่นางชอบทำในยามเช้า…สิ่งที่นางชอบทำในยามบ่าย…นางชอบฝึกกระบี่ยามราตรี แม้นางจะใช้กงจักรแสงจันทร์ แต่นางก็เป็นหญิงที่ฝันอยากเป็นเซียนกระบี่ ฉะนั้นน้องเขย เจ้ามีโอกาสมากนะ…นางก็มีเรื่องที่ไม่ชอบอยู่บ้างเหมือนกัน เช่นสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายเกินไป…แม้บางครั้งนางจะพูดไม่เก่ง แต่ก็เป็นคนที่ชอบพู