์หญิงที่ห้อมล้อมก็เริ่มเอ็ดอึงกันขึ้นมา
ศิษย์ชายดั่งถูกมีดกรีดหัวใจ เจ็บเหลือเกิน!
เสียงอื้ออึงรอบข้างทำให้ใบหน้าของสวีเสี่ยวหลานแดงลามไปถึงใบหู
นางรู้สึกประดักประเดิด ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี สุดท้ายก็ขบกราม ฉวยมืออันหลินแล้วขึ้นขี่กระบี่ “ไป เราไปคุยกันที่อื่น!”
พูดจบก็เหาะออกจากลานฝึกยุทธ์ทันใด
“โฮ่ง! รอข้าด้วยสิ!” ต้าไป๋ตะโกนเสียงดังแล้วเหาะตามไป
เจ้าอัปลักษณ์และหลานเยียนก็กลายเป็นลำแสงพุ่งตามไปติดๆ
เหล่าลูกศิษย์ในลานฝึกยุทธ์เหม่อมองทั้งสองที่เหาะไปไกลด้วยจิตใจที่สับสนวุ่นวาย
เชื่อว่าเวลาไม่ถึงครึ่งวัน…
ข่าวใหญ่โตก็คงจะลือกระฉ่อนไปทั่วสำนักวิหคชาดเป็นแน่
สะเทือนสำนัก!
ชายลึกลับบุกสำนักวิหคชาดอย่างหาญกล้า ย่างม่อไห่ก่อน จากนั้นลากเทพธิดาเสี่ยวหลานไปเหาะเคียงคู่กัน!
สวีเสี่ยวหลานพาอันหลินเหาะไปยังสวนแห่งหนึ่ง
เมื่อนางสงบสติอารมณ์แล้ว ก็เริ่มบ่นอุบอิบขึ้นมา “เจ้ามาหาข้า ทำไมไม่บอกข้าล่วงหน้าเลยล่ะ”
อันหลินพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “ตัดสินใจฉุกละหุกนี่นา เพราะปิดเทอมน่าเบื่อเสียเหลือเกิน จึงอยากไปเที่ยวเล่นที่นั่นที่นี่สักหน่อย เอ่อ…ทำเจ้าเดือดร้อนใช่ไหม”
เมื่อสวีเสี่ยวหลานได้ฟังก็ฮึดฮัดในลำคอ ไม่ตอบอะไร แต่ในใจกลับอุ่นวาบขึ้นมา
ขณะนั้นเอง ต้าไป๋ก็พุ่งลงมาจากฟ้า เจ้าอัปลักษณ์และหลานเยียนก็ตามมาถึงแล้วเช่นกัน
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องเสี่ยวหลาน ที่แท้เขาก็คืออันหลินที่เจ้าเอ่ยถึงบ่อยๆ หรือ”
หลานเยียน