คิดว่าทุกอย่างช่างน่าสนุกเหลือเกิน ไม่คิดเลยว่าตัวประหลาดที่นางเจอ จะเป็นอันหลินที่สวีเสี่ยวหลานว่า!
“ใครพูดถึงบ่อยๆ กัน เพียงแค่เอ่ยถึงเป็นครั้งคราวก็เท่านั้น” สวีเสี่ยวหลานแย้งอย่างร้อนรน
“ถึงว่าช่วงนี้พี่อันจามไม่หยุด ที่แท้ก็เสี่ยวหลานนี่เองที่คิดถึงเจ้า” ต้าไป๋พูดตีไข่ใส่สีอยู่ข้างๆ
อันหลินลูบคาง พูดอย่างกระจ่างใจเมื่อได้รับคำอธิบาย “แบบนี้นี่เอง”
ใบหน้าที่กลับมาขาวอย่างยากเย็นของสวีเสี่ยวหลาน บัดนี้มันเริ่มแดงระเรื่ออีกแล้ว พูดกระอึกกระอักว่า “แบบนี้นี่เองกับผีอะไร! อย่าคิดไปเองนะ!”
หลานเยียนกลับไม่ใส่ใจ เพ่งพิศประเมินอันหลิน สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างพออกพอใจ “อืม…อันหลินคนนี้มองแล้วนับว่าสะดุดตา แถมยังหนึ่งแถมหนึ่ง ศิษย์น้องไม่ขาดทุนแล้ว”
“ถือว่าผ่านด่านวิเคราะห์ของศิษย์พี่”
พูดจบ หลานเยียนก็มองอันหลินอย่างให้กำลังใจ
สวีเสี่ยวหลานอัดอั้นตันใจ “ใครขอให้ท่านวิเคราะห์กัน ข้ากับอันหลินเป็นเพียงเพื่อนกัน เข้าใจไหม!”
นางคิดว่าจะถูกก่อกวนเช่นนี้ต่อไปอีกไม่ได้ จึงรีบพูดกับอันหลินทันทีว่า “ไปกันเถอะ ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้มาที่นี่สักครา ข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมชมสำนักวิหคชาดหน่อย”
ขณะที่พูดยังไม่วายหันไปถลึงตาใส่หลานเยียนด้วย “ท่านห้ามตามมานะ!”
หลานเยียนยกสองมือขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้ากลับไม่จางหาย “ก็ได้ๆ ไม่เป็นโคมไฟ[1] ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ…”
เสียงของสวีเสี่ยวหลานสะดุดกึก อยากจะโพล่งออกไปเหลือเกินว