เอ่ยถาม
“ใช่แล้ว” เจ้าอัปลักษณ์พยักหน้ายอมรับ
“หึๆ ดีมาก…”
แววตาของม่อไห่ลุกเป็นไฟ ระเบิดพลังออกมาแล้วอย่างสิ้นเชิง
ตูม!
คลื่นความร้อนระอุเริ่มแผ่กระจายออกมาโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
ลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งตกใจจนถอยกรูดและหน้าถอดสี
เมื่ออันหลินเห็นฉากนี้เข้าก็ตกใจ นี่มันบาเรียนี่นา!
ไม่สิ…มีแค่โครงร่าง ไม่ได้แปรสภาพอย่างสิ้นเชิง กึ่งแปลงจิตเหรอ
ม่อไห่ถูกคลื่นความร้อนสีแดงฉานปกคลุม จ้องมองเจ้าอัปลักษณ์ด้วยแววตาที่วาวโรจน์
เจ้าอัปลักษณ์ถือกระบอง ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
มันรู้แล้วว่า การต่อสู้ในครานี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว!
ม่อไห่เห็นเช่นนี้ก็ระเบิดเสียงหัวเราะ เมื่อกำมือ เสื้อก็ขาดกระจุย เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นปึก
“ฮ่าๆ ๆ…”
“เช่นนั้นต่อไป…”
“ขอให้เจ้าใช้เปลวเพลิงที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดเผาข้าให้เต็มที่เลย!”
ขณะที่พูด เขาก็ชูสองมือขึ้น หลับตาลง ท่าทางราวกับนักบุญอาบแสงอาทิตย์
“ดี! เช่นนั้นเราก็มาสู้ให้…หา” เจ้าอัปลักษณ์ชูกระบองขึ้น ดวงตาดุจโคมไฟเบิกกว้างอย่างไม่เข้าใจ
อันหลิน “…”
อันหลินขยี้ตา จากนั้นก็มองม่อไห่ที่เปลือยท่อนบน ยังคงหลับตาพริ้มแวบหนึ่ง มุมปากกระตุกเล็กน้อย
เมื่อเห็นเจ้าอัปลักษณ์ไม่ขยับเขยื้อน ม่อไห่จึงลืมตาขึ้น พูดน้ำเสียงร้อนรนว่า “เป็นอะไรไป เผาข้าสิ!”
เจ้าอัปลักษณ์ “…”
“ขอร้องละ ลงมือสักครั้งเถอะ เห็นข้าเป็นกำแพงแก้วสีแดงได้หรือไม่” ม่อไห่วิงวอน
ในตอนนั้นเอง เหล่าลูกศิษย์ที่