ลายมันได้” อันหลินกลอกตาใส่นางแล้วตอบเช่นนี้
คำถามแบบนี้มันช่าง…
เช่นเดียวกับที่คนอื่นถามว่าทำไมสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้หนึ่งร้อยคะแนน
แน่นอนว่าเป็นฉันเก่งคณิต เลยได้หนึ่งร้อยคะแนนน่ะสิ
ถามแบบนี้หมายความว่าอะไร นี่มันเหยียดหยามกันไม่ใช่หรือไง!
ใบหน้าขาวผ่องของหญิงสาวแดงก่ำ ใช่ มันเกิดจากความโมโห!
“เหอะ เช่นนั้นเจ้าก็ช่างเก่งกาจเหลือเกิน ไม่ทราบว่าสหายบุกมาถึงยอดเขา มีธุระอันใด”
หญิงสาวรู้ดีว่าคุยกับชายคนนี้ไม่รู้เรื่องแล้ว จึงเข้าประเด็นทันที
อันหลินเกาหัวอย่างกระดากอายแล้วพูดว่า “ข้ามาที่นี่ เพียงเพราะอยากเล่นบันจีจัมป์บนยอดเขาแห่งนี้สักครั้ง”
หญิงสาวชะงักไป “บันจีจัมป์หรือ บันจีจัมป์คืออะไร”
อันหลินฉันพลันเข้าใจ นางไม่ใช่นักเรียนของสรวงสวรรค์ ย่อมไม่รู้จักคำว่าบันจีจัมป์
ดังนั้น เขาจึงอธิบายสั้นๆ ว่า “ข้ามาที่นี่ เพียงเพราะอยากกระโดดหน้าผาจากภูเขาลูกนี้สักครั้ง!”
เมื่อหญิงสาวได้ฟัง ใบหน้าก็ถมึงทึงโดยพลัน “เจ้ากำลังกวนประสาทข้าหรือ”
พูดเป็นเล่น ทลายค่ายกลขึ้นมาถึงยอดเขาอย่างยากลำบาก เพียงเพราะอยากจะกระโดดหน้าผางั้นหรือ
ใครเชื่อก็บ้าแล้ว!
อันหลินยักไหล่ “เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่เจ้า แต่ข้าจะกระโดดแล้ว”
ขณะที่พูด เขาก็เดินเตร่ไปทั่วเพื่อค้นหาจุดที่ดีที่สุดของหน้าผา
จากนั้นเขาก็เห็นภาพวาดของหญิงสาว
“ฮ่าๆ ๆ… ตาของนกกระเรียนมงกุฎแดงตัวนี้เป็นอะไรไป น่าเกลียดจังเลย ฮ่าๆ ๆ…”
อดพูดไม่ได้ว่า ดวง