็นแน่
กับหญิงสาวที่พูดจาไม่เข้าหูก็ใช้กำลังลงไม้ลงมือคนนี้ อันหลินหวาดกลัวแล้ว เขาไม่รู้ว่าภาพนั้นมีสาเหตุมาจากเขา ถึงทำให้กลายเป็นแบบนี้ เขาคิดว่าสมองของผู้หญิงคนนี้มีปัญหาแน่นอน
จากนั้นทั้งคู่ก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ใช้มองคนสติฟั่นเฟือน
อันหลินกะพริบตาปริบๆ “เจ้ามองอะไร”
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร”
อันหลินยิ้ม “แล้วข้าควรจะมองเจ้าด้วยสายตาแบบไหน เจ้าสอนข้าสิ!”
เสียงของหญิงสาวสะดุด “เจ้า…”
ใช่แล้ว ถึงเขาจะสู้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ แต่จะทิ้งมาดไม่ได้ บัดนี้จึงเริ่มตาต่อตาฟันต่อฟัน
คุณพระ ผู้ชายคนนี้ถูกสวรรค์ส่งมาทดสอบจิตใจของนางใช่ไหม!
ร่างอรชรของหญิงสาวสั่นเทิ้ม เตือนสติตัวเองให้ระงับอารมณ์ อย่าได้วู่วาม
เพราะความใจร้อนเป็นข้อห้ามของวิถีแห่งจิตรกรรม ในฐานะเซียนหญิงผู้เงียบสงบ จะทำผิดข้อห้ามได้อย่างไร
หญิงสาวเค้นรอยยิ้มออกมา “สวัสดี ข้าชื่อหลินจวิ้นจวิ้น”
อันหลินชะงัก ทำไมผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนสีไวขนาดนี้
แม้จะสงสัย แต่เขาก็แนะนำชื่อแซ่ของตัวเองเช่นกัน “สวัสดี ข้าชื่ออันหลิน”
พูดจบ เขาก็หยัดกายลุกขึ้นจากพื้น หยิบยาลดบวมออกจากแหวนมิติ ก้มหน้าก้มตาทาให้ตัวเอง
เพิ่งทายาตัวนี้ไปเมื่อเช้า ตอนนี้ต้องมาทาตัวเสียแล้ว
ใช้หมดไวเหลือเกิน ต้องซื้ออีกแล้ว…
“โอ้ เช่นนี้เองหรือ แล้วไม่ทราบว่าสหายอัน เจ้าขึ้นมาบนยอดเขามีธุระอันใด” หลินจวิ้นจวิ้นพยายามสงบสติอารมณ์