ด้วยเหตุนี้ อันหลินจึงปล่อยหมัดสะเทือนขุนเขาเจ็ดแปดครั้งอย่างไม่หยุดพัก หลังฆ่าสัตว์ประหลาดไปสิบตัวแล้ว ก็เหนื่อยจนแทบขาดใจ
เขายืนพิงกำแพงเมือง กินยาบำรุงกำลังไปสองเม็ด สังเกตสถานการณ์ศึกเงียบๆ
การดำรงอยู่ของเซียนกระบี่หลิงเซียว ทำให้สัตว์ประหลาดกลางอากาศโจมตีทหารยามไม่ได้
ส่วนสัตว์ประหลาดบนพื้น เพราะทำลายกำแพงเมืองไม่ได้ จึงกลายเป็นฝ่ายถูกกระทำโดนระเบิดโจมตีใต้กำแพงเมือง
นักเรียนส่วนใหญ่ก็ยืนอยู่บนกำแพง กินยาพลางปล่อยพลังเซียนจำนวนมหาศาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าสาแก่ใจ
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ อันหลินก็ลอบพยักหน้า
ศึกครั้งนี้…ชนะแน่!
ทว่าขณะที่เขาเพิ่งคิดว่าศึกนี้ไม่มีปัญหา จู่ๆ ก็มีหอกยาวสีดำพุ่งมาแต่ไกล
มันรวดเร็วยิ่งนัก ทิ้งร่องรอยสีดำเป็นทางยาวหลายร้อยจั้ง
สัตว์ประหลาดที่ไม่ระวังเผลอสัมผัสมัน ต่างก็ถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ
ตูม!
ม่านสีขาวถูกทลาย ประตูเมืองเหล็กบานหนาก็ถูกพลังอันน่ากลัวของหอกยาวทะลวง กลายเป็นรูใหญ่
เมื่อเห็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เหล่าสัตว์ประหลาดก็พากันพุ่งตัวไปที่ช่องโหว่กันอย่างบ้าคลั่ง!
ใบหน้าของเซียนกระบี่หลิงเซียวขึงขังโดยพลัน ทอดมองออกไปไกลอย่างเย็นเยือก “ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ เซวียนหยวนเฉิง ซูเฉี่ยนอวิ๋น พวกเจ้ารับผิดชอบดูแลน่านฟ้า!”
เซวียนหยวนเฉิงและซูเฉี่ยนอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าจริงจัง
เซียนกระบี่หลิงเซียวขี่กระบี่เหาะขึ้นฟ้า