ทำหน้าตกใจ “เอ๊ะ เจ้ารู้ได้อย่างไร!”
“ข้าเพิ่งเจอสวีเสี่ยวหลานเมื่อครู่นี้ นางเองก็ฟันเจ้าอัปลักษณ์เหมือนกัน” อันหลินพูดอย่างหน่ายใจ
เจ้าอัปลักษณ์ปวดใจ ราวกับรอยแผลเป็นถูกเฉือนอีกครั้ง
เซวียนหยวนเฉิงมองเจ้าอัปลักษณ์ด้วยความเห็นใจแวบหนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อทันทีว่า “ไว้ค่อยคุยกัน ข้ายังต้องไปแจ้งสหายในบริเวณนี้ จะได้ไม่โดนลูกหลงจากกองทัพสัตว์”
“แล้วเจอกันพี่เฉิง!”
อันหลินกับเซวียนหยวนเฉิงโบกมืออำลา
ในตอนนี้ เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าดังสนั่นที่อยู่ไกลออกไปแล้ว
กลุ่มของอันหลินวิ่งไปทางเมืองติ้งอันอีกครั้ง
คราวนี้ราชาวานรอัปลักษณ์วิ่งนำหน้า ตามหลังอันหลินมันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ
มันไล่ตามอันหลิน ไม่สู้ให้พวกอันหลินวิ่งตามมัน เช่นนี้คงไม่มีใครเข้าใจผิดแล้วกระมัง
ภายในคฤหาสน์ส่วนตัว ณ เมืองติ้งอัน
เซียนกระบี่หลิงเซียวกำลังดื่มชากับเจ้าเมืองเจิ้งเชียนชิวอยู่
ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มโพล้เพล้แล้ว มีนักเรียนเกือบหกสิบคนกลับมาแล้ว
เซียนกระบี่หลิงเซียวดื่มชาพลางนับจำนวนเป้าหมายที่นักเรียนทำสำเร็จ
กลางอากาศมีหญิงคนหนึ่งขี่กระบี่เหาะเข้ามาในคฤหาสน์
เมื่อเซียนกระบี่หลิงเซียวเห็นผู้มาเยือนก็ยิ้มบางๆ “สวีเสี่ยวหลาน ทำไมถึงรีบร้อนกลับมาเพียงลำพังเล่า สมาชิกกลุ่มเจ้าล่ะ”
ใบหน้าของสวีเสี่ยวหลานฉายความตื่นเต้น
นางไม่ตอบคำถามของเซียนกระบี่หลิงเซียว กลับพูดอย่างตื่นเต้นแทนว่า “อาจารย์ พวกเราเตรียมเรื่องน่าตื่นเต้นไว้ให