กอะไร…
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซวียนหยวนเฉิงก็มองราชาวานรเนตรทองอย่างรู้สึกผิด ยกมือขึ้นคารวะ “สหายอัปลักษณ์ เมื่อครู่เป็นเพราะข้าวู่วาม ล่วงเกินเจ้าไป ต้องขออภัย”
เมื่อเห็นเซวียนหยวนเฉิงกล่าวขอโทษอย่างสุภาพและสง่างาม อารมณ์หงุดหงิดของราชาวานรเนตรทองก็ผ่อนคลายลงไปบ้าง ส่ายหน้าพลางพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่โทษเจ้าหรอก หากผิดคงผิดที่ข้าหน้าตาอัปลักษณ์ แถมยังวิ่งตามหลังพี่อัน คนทั่วไปก็เข้าใจผิดได้เหมือนกัน”
จวบจนตอนนี้ ราชาวานรเนตรทองเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงถูกลงไม้ลงมืออยู่เรื่อย
เมื่อพบหน้าก็เรียก ‘วานรปีศาจอัปลักษณ์’ มันจะไม่รู้ได้อย่างไร…
อันหลิน “…”
เซวียนหยวนเฉิง “…”
ประโยคนี้ของเจ้าอัปลักษณ์มีเหตุผล แต่ไยฟังแล้วถึงขมขื่นปานนี้เล่า
เหมียวเถียนที่อ่อนไหวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรได้ฟัง กระบอกตาก็ร้อนผ่าว น้ำตาเจียนจะไหลออกมา
จากนั้นเซวียนหยวนเฉิงก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ หยิบลูกกลมๆ สีเขียวมรกตออกจากแหวนมิติแล้วโยนให้อันหลิน “นี่เป็นขุมพลังสัตว์ของงูบินสามเศียร ข้าช่วยควักออกมาให้”
อันหลินรับขุมพลังสัตว์มา ซาบซึ้งใจเป็นที่สุด “ขอบใจนะพี่เฉิง!”
เซวียนหยวนเฉิงยิ้มแล้วพูดต่อว่า “เจ้ารีบกลับเมืองติ้งอันเถอะ พวกข้าเตรียมเรื่องน่าตื่นเต้นไว้ด้วยล่ะ!”
อันหลิน “…”
เหตุการณ์นี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ทำให้เขาอดพูดค่อนแค่นไม่ได้จริงๆ “กองทัพสัตว์สินะ สมาชิกของเจ้าก็นั่งอยู่ฝาหม้อเหมือนกันหรือ”
เซวียนหยวนเฉิง