าอย่างเอือมระอา วิ่งไปทางเมืองติ้งอันกับเหล่าสมาชิกกลุ่มต่อ
เพราะมีสวีเสี่ยวหลานทำหน้าที่แจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว เจ้าอัปลักษณ์ก็คร้านจะขี่เมฆ จึงวิ่งตามหลังอันหลิน
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงอบอุ่นของชายที่กำลังเหาะเหินแว่วมาจากฟ้า “เอ๊ะ สหายอันหลิน”
อันหลินที่กำลังวิ่งเต็มเหยียดเงยหน้ามอง เห็นชายสวมชุดขาวโบกพลิ้วรูปงามคนหนึ่ง เซวียนหยวนเฉิงนั่นเอง!
ตอนแรกเซวียนหยวนเฉิงดีใจที่เจออันหลิน แต่เมื่อเห็นอะไรบางอย่างเข้า สีหน้าก็ถมึงทึงโดยพลัน
“วานรปีศาจอัปลักษณ์ อย่าคิดจะทำร้ายสหายของข้า!”
เซวียนหยวนเฉิงเงื้อกระบี่ปล่อยลำแสงสีขาว จะฟาดฟันเจ้าอัปลักษณ์ที่วิ่งตามหลังอันหลิน…
“บัดซบ อีกแล้วหรือ!” เจ้าอัปลักษณ์จะร้องไห้แล้ว
จะฟันกันตั้งแต่พบหน้า มันไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือ!
เจ้าอัปลักษณ์ยกกระบี่สีเงินขึ้นรับลำแสงของเซวียนหยวนเฉิง ความสามารถของเซวียนหยวนเฉิงเหนือกว่าสวีเสี่ยวหลาน การโจมตีนี้ทำให้เจ้าอัปลักษณ์ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
คลื่นพลังอันน่ากลัวผลักอันหลินที่ยืนด้านหลังเจ้าอัปลักษณ์กระเด็น แม้แต่พวกเหมียวเถียนที่อยู่ข้างหน้าก็ทรงตัวไม่อยู่
“พี่เฉิง! เข้าใจผิดแล้ว! เจ้าอัปลักษณ์เป็นพวกเดียวกัน!”
อันหลินตะโกนเสียงดัง
“พวกเดียวกันหรือ” เซวียนหยวนเฉิงย่นคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่นานก็คลายตัว
ปกติอันหลินมักจะทำเรื่องแผลงๆ อยู่แล้ว มีวานรที่อัปลักษณ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ตัวหนึ่งเพิ่มมา ก็ไม่ใช่เรื่องแปล