”
ต้าไป๋แลบลิ้น พูดต่ออย่างเริงร่า
“ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่รีบเหมือนกัน แล้วจ้าวหวายหยินจะกลับไปกับเจ้าหรือไม่” อันหลินถามยิ้มๆ
“อืม ข้าก็จะกลับไปรับรางวัลที่สำนักด้วย”
จ้าวหวายหยินที่กลับจากร้องไห้ในห้องน้ำแล้วเอ่ยขึ้น
เมื่อขุมพลังสัตว์ของต้าไป๋ก่อตัว ภารกิจผู้ดูแลของจ้าวหวายหยินก็นับว่าเสร็จสิ้นแล้ว
พอเขากลับสำนักสัตว์เทพครั้งหน้า ก็จะได้รับรางวัลภารกิจอย่างงาม
จะว่าไปแล้ว ที่เขาสามารถสำเร็จภารกิจได้ ต้องขอบคุณแรงสนับสนุนอันพิลึกพิลั่นครั้งนั้นของอันหลิน
ฉะนั้น ระหว่างเขากับอันหลินจึงนิยามได้ด้วยคำว่า ทั้งรักทั้งเกลียด
หลังบอกลาต้าไป๋กับจ้าวหวายหยินแล้ว ชีวิตของอันหลินก็กลับมาเป็นปกติสุขอีกครั้ง
ชีวิตการบำเพ็ญเซียนในรั้วสำนักเรียบง่ายอย่างยิ่ง
ในระหว่างการศึกษา นอกจากจะมีคนจับตามองเขามากขึ้นกว่าปกติแล้ว ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก
กลับเป็นสวีเสี่ยวหลานเอง ที่พร่ำบ่นทั้งวันว่าไม่ได้ขับรถ ไม่ได้สัมผัสความเร็วและความเร้าใจของการซิ่งรถ เริ่มคิดถึงเรื่องราวในแดนมนุษย์ขึ้นมา
สุดท้าย ในช่วงเวลาที่ใกล้จบปีหนึ่ง นางก็ทะลวงเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณได้สำเร็จ
การบรรลุในครั้งนี้ได้ตอบสนองต่อความต้องการความเร็วและความเร้าใจของนาง ขี่กระบี่เหาะเหินทุกวี่ทุกวัน
ครั้งหนึ่งนางลากอันหลินไปขี่กระบี่ท่ามกลางปุยเมฆยามสายัณห์ด้วย
ทั้งคู่โลดแล่นในก้อนเมฆอันงดงาม ทิ้งร่องรอยสีขาวสะอาดเป็นทางยาว
ทั้ง