ยคืนเจ้า”
“ฮ่าๆ เรื่องเงินไม่ต้องรีบ ตอนนี้ข้าเป็นเศรษฐีแล้ว” อันหลินยื่นเสื้อผ้าให้สวีเสี่ยวหลานอย่างร่าเริง ยกภูเขาออกจากอกแล้ว รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะเลย
ได้เสื้อผ้าชุดใหม่มา ย่อมต้องลองสวมเป็นธรรมดา
เมื่อสวีเสี่ยวหลานสวมชุดกระโปรง ปรากฏตัวต่อหน้าอันหลินอีกครั้ง เขาก็ต้องตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง
ดวงตาของนางใสแจ๋วดุจสายน้ำยามฤดูใบไม้ร่วง ริมฝีปากแดงเป็นธรรมชาติ ขนคิ้วดกดำโดยไม่ต้องเขียน เมื่อชุดสีเขียวอ่อนอยู่บนตัวนาง ก็แลดูงามสง่าเกินเอื้อม ให้อารมณ์ดุจภาพวาด
อันหลินชูนิ้วโป้งขึ้น “ยอดไปเลย! พี่สาวคนสวย ถ่ายรูปกันหน่อยไหม”
สวีเสี่ยวหลานยิ้ม ดั่งภาพวาดอันงามวิจิตร จากนั้นก็พูดด้วยเสียงออดอ้อนเล็กน้อยว่า
“ได้เลย แต่ว่า รูปละหนึ่งแสนหินวิญญาณนะ!”
“ไม่มีปัญหา!”
…
สองวันต่อมา ณ อารามเมฆขาว
ได้เวลากลับสรวงสวรรค์แล้ว พวกอันหลินมาถึงอารามแห่งนี้อีกครั้ง
อันหมิงชวน เถียนหลิงหลิง หวงซานซาน ตงฟางเสวี่ย ผู้พิทักษ์โลกและพวกเซียนกระบี่ชิงเหอต่างก็มาส่ง
อันหลินยกแหวนมิติสามวงให้พ่อของเขา เถียนหลิงหลิงกับตงฟางเสวี่ย
ภายในแหวนมิติที่มอบให้พ่อ มียาที่เขาคิดว่ามีประโยชน์ใส่ไว้ไม่น้อยเลย รวมถึงยันต์คุ้มภัยบางส่วนด้วย
“หลินจื่อ ตั้งใจบำเพ็ญเพียร พบเจออะไรก็อย่าออกหน้า จำไว้ ชีวิตต่างหากที่สำคัญที่สุด!” อันหมิงชวนพูดอย่างใจเย็นอยู่ข้างๆ
“รู้แล้วครับ พ่อเองก็ต้องตั้งใจบำเพ็ญเพียรนะ!”
อันหลินรู้สึกว่าคำพูด