เล็กน้อย พูดเสียงหวานว่า “ท่านผู้นี้ ข้างามหรือไม่”
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
เมื่อโครงกระดูกเห็นสองคนตรงหน้าทำหน้าประหลาด ก็ก้มลงมองร่างของตัวเองอย่างฉงนสนเท่ห์
จากนั้น มันก็หันหลังเงียบๆ เดินหายลับไปในหมอกดำอีกครั้ง
สามวินาทีต่อมา หญิงงามที่แต่งตัวโป๊เปลือย รูปร่างเย้ายวนก็ก้าวออกจากหมอกดำ
นางลูบไล้หน้าอกของตัวเองอย่างยั่วยวน แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก พูดเสียงออดอ้อนว่า “ท่านผู้นี้ ข้างามหรือไม่”
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
หากว่าออกมาครั้งแรกไม่ใช่โครงกระดูก แต่เป็นหญิงงามละก็ ปฏิกิริยาของทั้งคู่อาจจะดีกว่านี้
ส่วนตอนนี้…
อันหลินไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยหมัดสะเทือนขุนเขาออกไปทันที!
กำปั้นสีทองขนาดหนึ่งจั้งกระแทกร่างของหญิงงามยั่วยวนคนนั้น ทำให้นางกลับสู่ร่างโครงกระดูก แม้แต่โครงกระดูกก็ถูกแรงของหมัดอันน่ากลัวสะเทือนจนแหลกละเอียด!
หมอกสีดำตรงหน้าอันหลินก็สลายหายไปเมื่อโครงกระดูกถูกกำจัด
“คงจะต้องกำจัดโครงกระดูกในหมอกสีดำให้สิ้นซาก จึงจะเปิดเส้นทางของแดนพิศวงได้กระมัง” เมื่อหมอกดำมลายหายไปแล้ว อันหลินก็ทำหน้ากระจ่างแจ้ง
สวีเสี่ยวหลานก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทว่าเรียวคิ้วงามกลับขมวดเล็กน้อย “แต่หมอกดำในแดนกระดูก เพียงคาดคะเนจากสายตา ก็มีนับร้อยแห่งแล้ว หากจะกำจัดทีละแห่ง เสียเวลาไม่พอ จะผลาญพละกำลังมหาศาลอีกด้วย”
อันหลินได้ฟังก็หยุดคิดครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย “ไป เราไปทด