กลางคืน อันหลินได้ทานอาหารที่ตงฟางเสวี่ยลงมือทำด้วยตัวเอง
อาหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่เลิศรส แต่ยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือดลมอีกด้วย ทำเอาเขาชมไม่หยุดปาก
หลังกินอย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว อันหลินก็รู้สึกว่าพละกำลังของตนได้รับการฟื้นฟูขึ้นมากแล้ว
ราวกับได้กินยาบำรุงกำลัง มีกำลังวังชาเต็มเปี่ยม!
จากนั้น พวกเขาสามคนก็ออกจากโรงแรม เดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนนเส้นเล็ก
ลมยามค่ำคืนพัดโชย อันหลินรู้สึกสบายไปทั้งตัว ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่งไหลเวียนไปทั่วร่าง
“ฟู่…มื้อนี้อิ่มหนำจริงๆ ขอบคุณพวกเธอมากจริงๆ”
เขาบิดขี้เกียจ พูดขอบคุณผู้หญิงทั้งสองคน
เถียนหลิงหลิงสวมเดรสสีเหลืองอ่อน เธอจับมือตงฟางเสว่ เมื่อเดินไหล่ชนไหล่กับตงฟางเสว่ ความสูงห่างกันหนึ่งช่วงหัวพอดี แลดูน่ารักเป็นอย่างมาก
เมื่อเธอได้ยินคำขอบคุณจากอันหลิน ก็ตอบทันทีว่า “เกรงใจอะไรกัน นักพรตจอมปลอม ไปท่องทิเบตกับพวกเราหน่อยไหม”
เมื่ออันหลินได้ฟังก็ชะงัก จากนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ พูดยิ้มๆ ว่า “เธอเป็นห่วงปรมาจารย์หลินอี้ของเธอสินะ”
เถียนหลิงหลิงพยักหน้าอย่างเก้อเขิน “แม้ลูกศิษย์มากมายของสำนักหลงหู่จะมุ่งหน้าไปทิเบตแล้ว แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของท่านอาจารย์ ฉันกลัวว่าเขา…”
อันหลินถอนหายใจอย่างจนปัญญา สำหรับเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าอับจนหนทาง
หลินอี้คนนี้เป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งสำนักหลงหู่ เป็นนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลาง
หากว่านักพรตควา