มสามารถระดับนี้ตกอยู่ในอันตราย คิดว่าต้องเป็นปัญหาใหญ่แน่นอน ปัญหาระดับนี้นักพรตระดับกายแห่งมรรคอย่างพวกเขา จะช่วยอะไรได้เล่า
เถียนหลิงหลิงเห็นความลังเลของอันหลิน จึงฝืนยิ้ม “ช่างเถอะๆ ผอมแห้งแรงน้อยอย่างนักพรตจอมปลอม ไปทิเบตคงจะเป็นโรคกลัวความสูงอีกแน่ๆ ไม่ต้องไปหรอก”
อันหลินมองใบหน้าจิ้มลิ้มเจือความปากไม่ตรงกับใจของหญิงสาวข้างกาย คิดในใจว่าหากเขาปฏิเสธไม่ไปทิเบต เธอก็คงยืนกรานจะไปอยู่ดี
“เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้ฉันขอเตรียมตัวหน่อย จากนั้นค่อยออกเดินทางพร้อมกัน บอกตามตรง ฉันยังไม่เคยไปเที่ยวทิเบต คาดหวังมากทีเดียว” อันหลินพูดด้วยรอยยิ้ม
“จริงเหรอ!” เถียนหลิงหลิงได้ยินก็ตาเป็นประกาย ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความดีใจ
อันหลินกำลังจะอ้าปากพูด จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงอันคุ้นเคยแว่วมาจากบนฟ้า
“จะรอพรุ่งนี้ทำไม ออกเดินทางคืนนี้เลย!”
จากนั้น ตำราขนาดมหึมาก็ลอยลงมา มีหญิงสาวผมดำขลับนั่งอยู่ด้านบน กำลังเพ่งมองอันหลินด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
“อาจารย์เยว่อิ่ง ท่านมาได้อย่างไร!” อันหลินอุทานเสียงดัง
“เอ๊ะ หรือว่าข้ารบกวนเวลาของเจ้ากับสาวน้อยทั้งสอง”
เซียนพสุธาเยว่อิ่งกะพริบตายิ้มๆ หยอกล้ออย่างครึ้มอกครึ้มใจ
เมื่อตงฟางเสว่ได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าก็ขึ้นสีทันที
เถียนหลิงหลิงกลับตะโกนลั่นว่า “ใช่ รบกวนแล้ว จะว่าไปเธอเป็นใครน่ะ!”
อันหลิน “…”
เจ้าเด็กพูดจาเหลวไหลคนนี้ ไม่ได้ยินหรือไงว่าเขาเรียกผู้หญิงคนนั้นว