กันเถอะ’
นักพรตมู่หนิว ‘เห็นด้วย’
เซียนหญิงเมิ่งอิน ‘+1’
นักพรตทั่นอวิ๋น ‘+1’
…
อันที่จริงอันหลินก็กำลังเฝ้าดูสถานการณ์อยู่เช่นกัน เมื่อเห็นฉายา ‘เจ้าแห่งผี’ ของตัวเอง ชั่วขณะที่ได้รับการยอมรับจากนักพรตในกลุ่ม ก็กดปิดหน้าจอด้วยนัยน์ตาที่ชื้นแฉะ
เขาแหงนหน้ามองฟ้า ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมา
จากนั้น เซียนจิ้งจอกแดงที่พูดไม่ได้ ก็แบกศพของผีดูดเลือดเดินทางกลับแดนพิศวงเขาเขียว
เซียนกระบี่ชิงเหอตบบ่าอันหลิน พูดอย่างเป็นมิตรว่า “เจ้าแห่งพิษ ฉันจะขี่กระบี่ส่งนายกลับเมืองหรงเฉิงเอง!”
ปากของอันหลินกระตุก เจ้าแห่งพิษกับผีน่ะสิ!
เขาที่เสียเลือดมากไป หมดเรี่ยวแรงจะสบถแล้ว ทำได้แค่พยักหน้าช้าๆ…
อันหลินกับเซียนกระบี่ชิงเหอจึงเหาะกลับเมืองหรงเฉิง
…
ตอนแรกอันหลินคิดว่า เมื่อกลับมาถึงเมืองหรงเฉิง จะได้พักผ่อนหย่อนใจตามใจชอบ
แต่ทว่า สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ
ในยุคแห่งเทคโนโลยีแบบนี้ ฉายาเจ้าแห่งพิษก็กระจายไปทั่ววงการบำเพ็ญเซียนภายในเวลาวันเดียว!
วันต่อมา สี่เจ้าสำนักแห่งสิบสำนักใหญ่ของประเทศอย่างอู่ตัง คุนหลุน หลงหู่และซ่างชิง ต่างก็พากันมาเยี่ยมเยียนเจ้าแห่งพิษ
เจ้าสำนักทั้งสี่ เป็นยอดฝีมือระดับแปลงจิตเพียงสี่คนของประเทศ
พวกเขามาหาเจ้าแห่งพิษ ย่อมไม่ใช่การมาเยือนธรรมดา
อันที่จริงพวกเขามาเพื่อศึกษาเลือดพิษ…
อันหลินจึงปล่อยโฮด้วยประการฉะนี้
“เจ้าแห่งพิษ ให้ฉันจับหน่อยนะ…”
ปรมาจารย์ซวีอวิ๋นเจ้าสำนักอู่ตังยื่นม