ราวกับว่ามองเห็นความคิดของหลงเฉินอย่างทะลุปุโปร่ง ปรมาจารย์หวินฉีเลยตอบกลับไปว่า “วางใจเถิด ไม่ได้มีความคิดที่เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิดไป ที่ข้ากล่าวถึงนั้นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องตกอยู่ในระดับเดียวกันกับเว่ยชาง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าข้านั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลงเฉินก็เบาใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก ถ้าการที่เขารับแผ่นป้ายแผ่นนี้ต่อจากปรมาจารย์หวินฉี แล้วทำให้ปรมาจารย์วางมือจากเรื่องของเว่ยชางเพื่อแลกกันแล้วนั้น เขาเองก็คงไม่สบายใจอย่างแน่นอน
เจ้าเฒ่าตัณหากลับผู้นั้นมาย่ำยีศักดิ์ศรีของบุคคลเฉกเช่นปรมาจารย์หวินฉีผู้นี้ให้ตกอยู่ในห้วงความรู้สึกที่เลวร้ายมานานหลายปีก็เหมือนกับเอาดอกไม้ไปปักไว้ในอาจมอย่างไรอย่างนั้น
“เด็กเอ๋ย ที่ข้าสามารถสั่งสอนเจ้าได้นั้นอาจไม่มากมาย แต่ทว่าเจ้าได้ทำให้ข้าไปพบพานกับความหวังและผู้สืบทอดแผ่นป้ายนี้เอาไว้ ขอเพียงเจ้าเชื่อมั่นและขยันหมั่นเพียรให้มากยิ่งขึ้น” ปรมาจารย์หวินฉีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ