เซี่ยฉางเฟิงทอแววตาประกายเจิดจ้าขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “พี่โล้วยังคงมองการณ์ไกลไปจนถึงภายภาคหน้ามาโดยตลอด ศิษย์น้องรู้สึกละอายแก่ใจยิ่งนัก”
“เจ้าพะวงจนวุ่นวายใจจนเกินไป ฉู่เหยานั้นมีสิริโฉมที่งดงามประดุจนางฟ้านางสวรรค์ลงมาจุติ ความสวยงามดั่งดอกไม้แรกแย้มเฉกเช่นนั้นก็คงไม่มีชายใดต้านทานเอาไว้ได้
ขนมอังกู๊ของฉู่เหยาย่อมต้องเป็นของเจ้าอย่างแน่นอน ฉางเฟิง…หากเจ้าได้ครอบครองสาวงามนางนั้นแล้ว พอจะให้พี่ชายอย่างข้าได้เชยชมบุปผางามด้วย ได้หรือไม่” ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวมองไปที่เซี่ยฉางเฟิงแล้วหัวเราะออกมา
*ขนมอังกู๊ 红丸หมายถึงพรหมจรรย์
เซี่ยฉางเฟิงชักสีหน้าเล็กน้อยหลังจากได้ยินวาจาหยาบโลนของศิษย์พี่ แต่ทว่าก็ได้ปั้นหน้ากลับคืนดังเดิมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสร้งฉีกยิ้มแล้วกล่าวออกไปว่า “แม้ว่าศิษย์น้องจะชมชอบหญิงสาวที่งดงาม แต่หลังจากที่แผนการสำเร็จแล้ว แน่นอนว่าย่อมต้องมีส่วนของพี่โล้วอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ฉางเฟิง เจ้าคงจะไม่ได้รู้สึกแย่กับข้าขึ้นมาหรอกนะ” ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวรินน้ำชาแล้วเป่าปากไปที่แก้วชาอยู่หลายครั้งก่อนจะกล่าวออกมา