แต่ขณะที่กล่าวมาจนถึงประโยดท้าย ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวผู้นั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าการกระทำของเซี่ยฉางเฟิงในครั้งนี้ทำให้เขาเกิดอาการคิดไม่ตกอยู่มากทีเดียว
เซี่ยฉางเฟิงได้ฟังวาจาจากชายหนุ่มผู้นั้นก็เกิดอาการแตกตื่นขึ้นมา เขานั้นใช่เพียงอารมณ์แค้นเคืองที่มีต่อหลงเฉินจนลืมเป้าหมายที่แท้จริงไปจนหมดสิ้น จู่จู่หยาดเหงื่อก็หลั่งออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“ขอบคุณพี่โล้วที่ชี้แนะข้า ศิษย์น้องได้กระทำความผิดอันใหญ่หลวงยิ่งนัก” เซี่ยฉางเฟิงก็โน้มตัวลงคำนับอย่างรวดเร็วพร้อมกับตะเบ็งเสียงอย่างขึงขัง
ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยแล้วตอบกลับไปว่า “การจะทำการใหญ่จำเป็นที่จะต้องอดกลั้นต่อสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปอย่างใจนึก หากว่าเจ้ายิ่งกระวนกระวายก็จะยิ่งทำให้เสียเรื่อง
ยิ่งไปกว่านั้นแผนการของพวกเราก็ได้เตรียมการมานานหลายปี อีกทั้งองค์หญิงสามที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นของเจ้า ลองคิดดูว่าเจ้าหนูหลงเฉินผู้นั้นต้องลำบากมานานแค่ไหนกว่าจะสามารถกระทำเรื่องเช่นนี้ให้สำเร็จได้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะสะใจยิ่งกว่าอย่างนั้นหรือ?”