พอหลงเฉินมีท่าทีที่จะกล่าวบางอย่างออกมา บิดาของซือเฟิงก็ได้ตบเข้าไปที่ไหล่ของเขา แล้วยิ้มให้ “เจ้าเป็นถึงสหายของซือเฟิง ก็เหมือนกับเป็นญาติสนิทของตระกูลของเราไปเสียแล้ว”
เมื่อหลงเฉินย้ายไปอยู่ห้องใหม่ เขาก็ไม่อาจหาญพอที่จะเข้าถึงพลังวิชาอย่างเปิดเผยอีกครั้ง ได้แต่นั่งสมาธิอยู่บนเตียงพร้อมกับไหลเวียนพลังไปมา ซึมซับพลังปราณฟ้าดิน และจดจ่อไปยังใจกลางของจุดดารากักวายุ
ในเช้าวันที่สองที่แสงอรุณยังไม่ทันจะโผล่พ้นเส้นขอบฟ้า หลงเฉินลืมตาขึ้นมาจากสมาธิแล้วภายในร่างของเขาก็ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง
“ตูม”
แววตาทั้งสองของเขาบังเกิดความปิติยินดีขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าการผ่านพ้นศึกใหญ่ของเขากับหว่างซานจะทำให้ทะลวงพลังขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้จนสามารถเข้าสู่พลังขั้นก่อรวมระดับแปดได้แล้ว
หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว เขาก็ดูอาการให้ซือเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่าไม่ได้เป็นมีอาการน่าเป็นห่วงแล้วก็ได้ทิ้งโอสถไว้ให้ซือเฟิงอีกสองเม็ด จากนั้นเขาก็ร่ำลาตระกูลซือแล้วมุ่งหน้าไปยังชุมนุมผู้หลอมโอสถในทันที
.