แค่คิดที่จะลุกขึ้นนั่งก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะพยุงร่างขึ้นมา จึงทำได้แค่เพียงหนุนอยู่บนตักของฉู่เหยา พลันในภวังค์แห่งความคิดก็บังเกิดความฟุ้งซ่านขึ้นมามากมาย
“หลงเฉิน ข้าขอบใจเจ้ามาก” ฉู่เหยาทราบว่าหลงเฉินตั้งใจจะปลอบประโลมจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาคล้ายกับความเขินอายในตอนนี้กำลังแผ่ซ่านไปจนถึงดวงวิญญาณแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“ตูม”
จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมาจนหลงเฉินหลุดออกจากภวังค์แห่งความคิดอันว้าวุ่นของเขา หลงเฉินรีบหันไปมองยังต้นเสียงของแรงระเบิดเมื่อครู่นี้
แววตาของเขาสะท้อนภาพของปรมาจารย์หวินฉีที่เกาะกุมหอกยาวที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงปราณเอาไว้ เขาทิ่มแทงหอกนั้นออกไปในระยะสามจั่งจนปรากฏเปลวเพลิงไฟสีแดงปะทุขึ้นมาทั่วร่าง ความรุนแรงของเพลิงนั้นได้ลุกโชนไปทั่วทิศอย่างร้อนแรง ฝนฟ้าอากาศโดยรอบแปรปรวนด้วยอานุภาพแห่งพลังที่น่าหวาดกลัว
กระบวนท่าที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านี้จะต้องมีพลังอยู่ในระดับปรมาจารย์หลอมโอสถเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ออกมาได้——แปรสภาวะเพลิงปราณ (丹火化形) ปรมาจารย์หลอมโอสถโดยส่วนมากมักไม่ชมชอบการต่อสู้สักเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นจะอ่อนแอด้านการต่อสู้