เมื่อสิ้นเสียงลากยาวเสียงหนึ่งก็ได้ปรากฏร่างเงาของเซี่ยฉางเฟิงและเซี่ยปายฉือขึ้น พวกเขากำลังเดินตามหลังชายหนุ่มร่างผอมผู้หนึ่งที่มีอายุราวสี่สิบกว่าปีที่สวมชุดคลุมหนังแกะภูเขาตัวยาวอันเป็นอาภรณ์ประจำของผู้หลอมโอสถ
ที่ตำแหน่งของอกเสื้อข้างหนึ่งมีการสลักรูปเตาโอสถที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน บนเตาโอสถนั้นมีลวดลายขีดข่วนของเส้นสามสาย อันเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าชายผู้นั้นเป็นผู้หลอมโอสถที่อยู่ในขั้นปรมาจารย์ผู้หนึ่งเช่นเดียวกัน
หลงเฉินเองก็มีชุดคลุมยาวเช่นนี้เหมือนกัน แต่ทว่าเส้นใยที่ใช้ถักทอขึ้นมานั้นดูด้อยราคากว่ามาก และบนเตาโอสถของเขานั้นมีลวดลายขีดข่วนของเส้นเพียงสายเดียวเท่านั้น
หนึ่งสายนั้นหมายถึงศิษย์หลอมโอสถ สองสายนั้นหมายถึงผู้หลอมโอสถ ส่วนสามสายนั้นหมายถึงขั้นอาจารย์ของผู้หลอมโอสถ หลงเฉินเอาแต่อ้าปากตาค้างกับการปรากฏกายของชายผู้นั้น แท้จริงแล้วเขาเป็นผู้ใดกันแน่? เหตุใดจึงมาปรากฏตัวในที่แห่งนี้ได้?
“หวินฉี ไม่พบกันนานหลายปีทีเดียว เจ้าดูแก่ตัวลงไปเยอะเลยนะ” เว่ยชางชายตามองไปที่หวินฉี แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ