การทักทายกันของทั้งสองปรมาจารย์แห่งชุมนุมผู้หลอมโอสถทำให้ทั่วทั้งเขตลานประลองเงียบสงัดลงดั่งสุสานยามค่ำคืนอย่างไรอย่างนั้น ปรมาจารย์หวินฉีถือเป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพยกย่องอย่างสูงสุดในจักรวรรดิเมืองเฟิงหมิง ไม่เคยมีผู้ใดหาญกล้าที่จะกล่าววาจาอย่างไร้มารยาทกับเขาเช่นนั้นมาก่อน
“เว่ยชาง เจ้าไม่ได้อยู่ที่จักรวรรดิต้าเซี่ยอย่างสุขสบายอย่างนั้นหรือ คิดที่จะกลับคืนสู่มาตุภูมิแห่งนี้เพื่อเสาะหาหนทางในการตายตาหลับหรืออย่างไรกัน?” ปรมาจารย์หวินฉีกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกัน
“ต่อให้กลับมาตายที่มาตุภูมิ ยังไม่อาจจะสู้กับผู้ที่ภรรยาตายไปได้หรอก หลายปีที่ผ่านไปกลับมีภรรยาอีกมากมายกายกอง มีชีวิตอยู่อย่างสุขี”
เว่ยชางหัวเราะเสียงดังอย่างสะใจในวาจาที่แอบแฝงไปด้วยคมนัยมากมาย ข้างกายของเขานั้นมีเซี่ยปายฉือกำลังยืนพยุงที่แขนข้างหนึ่งของเขาเอาไว้อยู่ แนบชิดจนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกัน
สีหน้าของหลงเฉินทอประกายความไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างมหาศาล วันนี้อาภรณ์ที่เซี่ยปายฉือสวมใส่อยู่นั้นช่างคล้ายกับอาภรณ์ของหญิงสาวในภาพวาดที่ปรมาจารย์หวินฉีเคยให้เขาดูเมื่อก่อนหน้านี้