“ข้าคาดเดาว่าหลงเฉินจะต้องกลายเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ในการหลอมโอสถในภายภาคหน้าเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจต้องสายตาอันแหลมคมของท่านปรมาจารย์ได้ หากเป็นเพียงศิษย์หลอมโอสถธรรมดาคงจะยากยิ่งที่จะได้รับวาจาชมเชยเช่นนี้จากท่าน” องค์ชายสี่กล่าวขึ้นอย่างชื่นชม
ปรมาจารย์หวินฉีหันไปมองที่องค์ชายสี่แล้วยิ้มตอบ “พรสวรรค์ในการหลอมโอสถนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นดึงดูดสายตาของข้าเอาไว้ก็คือจิตใจอันแน่วแน่และสภาวะของผู้นำ องค์ชายสี่เองก็มีส่วนนี้อยู่แล้วย่อมต้องเข้าใจดีว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนนับถือ”
องค์ชายสี่ฉีกยิ้มกว้างออกมา “ท่านปรมาจารย์ชมเชยข้าเกินไปแล้ว”
เมื่อการสนทนาจบลง องค์ชายสี่ก็ไม่ได้กล่าววาจาอันใดขึ้นมาอีก หลงเฉินที่กำลังจ้องมองอยู่นั้นก็ได้สัมผัสถึงความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ปรากฏบนใบหน้าขององค์ชายสี่ ความรู้สึกที่ต่างไปจากความอบอุ่นที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นอย่างสิ้นเชิง
“หรือว่าปรมาจารย์หวินฉีจะกล่าววาจาจี้ใจดำขึ้นมา?” หลงเฉินใคร่รู้ขึ้นมาในทันที
“บัดนี้ ปรมาจารย์เว่ยชาง องค์ชายฉางเฟิง และองค์หญิงปายฉือ เสด็จมาถึงแล้ว”