ความเงียบสงัดที่ราวกับอยู่ในสุสานป่าช้าได้ทำให้เสียงของหลงเฉินยิ่งกึกก้องไปทั่วทั้งเขตลานประลอง ผู้คนมากมายต่างมีสีหน้าแตกตื่นแล้วหันไปมองทางต้นเสียงนั้นเป็นสายตาเดียวกัน
“บังอาจนักนะเจ้าสามัญชน กล้าดีอย่างไรมาเสียมารยาทต่อปรมาจารย์” เซี่ยปายฉือจ้องมองไปที่หลงเฉินด้วยแววตาเสมือนมีเพลิงแค้นปะทุขึ้นมา
“สนใจด้วยอย่างนั้นหรือ ต่อให้เจ้าเอาหน้าอกมาทับถมข้าจนขาดใจตาย ข้าก็ไม่สนใจหรอก ใยจะต้องกลัวการเสียมารยาทกับเฒ่าตัณหากลับผู้นี้ด้วย?” หลงเฉินตอบกลับไปอย่างไม่แยแส
เมื่อผู้คนภายในงานได้ยินหลงเฉินกล่าววาจาประดุจกำลังชี้แนะอยู่นั้น สายตาทั้งหมดก็ได้หันกลับไปมองที่เซี่ยปายฉือ แล้วก็มองต่ำลงมายังหน้าอกใหญ่ที่กำลังดันมือข้างหนึ่งของเว่ยชางอยู่ จนพวกเขาบังเกิดความเข้าใจถึงความนัยนั้นอย่างกระจ่างแจ้ง
เซี่ยปายฉือรีบปล่อยแขนแขนจากเว่ยชาง แล้วจ้องเขม็งไปที่หลงเฉินด้วยความอาฆาตพลางก็ยกนิ้วขึ้นมาชี้ตรงออกไป ตัวสั่นเทานั้นไม่อาจเอ่ยวาจาอันใดออกมาได้
“บุตรขุนนางของจักรวรรดิเฟิงหมิงนั้นไม่ได้รับการอบรบสั่งสอนหรืออย่างไรกัน?” เว่ยชางมองมาที่หลงเฉินอย่างดูแคลน