แต่เมื่อมองไปโดยรอบแล้ว ที่ดูจะอึดอัดใจกลับไม่ใช่เพียงผู้คนที่อยู่เบื้องล่าง แต่เป็นเหล่าองค์ชายที่อยู่ในปะรำพิธีที่ต้องคอยข่มกลั้นอารมณ์ขบขันเอาไว้ ไม่สามารถที่จะระบายออกไปได้อย่างเปิดเผย ทำได้แค่เพียงปั้นสีหน้าให้ราบเรียบเท่านั้น
“แค่กแค่ก วันนี้เป็นวันเทศกาลอันเป็นมงคล ปรมาจารย์เว่ยชางรีบนั่งลงเสียเถิด อีกครู่เดียวก็จะเป็นการเปิดการแสดงแล้ว”
ไทเฮาเองก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นถึงปรมาจารย์ผู้มากความสามารถ นางจึงทำได้แต่เพียงอ้างว่างานจะเริ่มขึ้นแล้ว
“เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงจะต้องรบกวนแล้ว”
เว่ยชางเอ่ยออกมาด้วยวาจาที่แสนจะเกรงใจออกมา เขาหันไปมองที่หวินฉีอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสะบัดหน้าหันกลับพลางก็เดินไปยังเก้าอี้ที่ถูกเตรียมไว้เพื่อเขา เมื่อบั้นท้ายของชายร่างผอมนั้นสัมผัสกับเก้าอี้ ลมหายใจเฮือกหนึ่งก็ถูกสูดเข้าไปพร้อมกับสายตาที่กำลังจ้องมองมาที่หลงเฉินที่ยืนอยู่กลางสนาม
เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกันเหมือนกับกำลังกดดันให้อีกฝ่ายลงจากหลังม้าอย่างไรอย่างนั้น? หลงเฉินจึงยื่นกำปั้นข้างหนึ่งขึ้นมากระเด้งนิ้วกลางตั้งขึ้นสูงตระหง่าน