เมื่อพบว่าจู่จู่หลงเฉินก็มีน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉู่เหยาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง แต่ทว่ากลับไม่ได้เกิดความลังเลใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่งามมองกลับด้วยแววตาลึกซึ้ง แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าเป็นคนที่ข้าเชื่อใจที่สุดแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของฉู่เหยา หลงเฉินก็เกิดความรู้อิ่มเอมใจขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “จุดตันเถียนของเจ้าได้ถูกผู้อื่นกระทำการบางอย่างมาก่อน”
หลงเฉินประหลาดใจถึงที่สุดเมื่อพบว่าฉู่เหยาไม่ได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมาแต่อย่างใด มีเพียงแววตาจากดวงตาคู่งามนั้นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดและความหดหู่ขึ้นมาเป็นสาย
บัดนี้สายตาของฉู่เหยาไปมองเหม่ออกไปยังทิศทางอื่น มืออันขาวผ่องยกขึ้นลูบไล้ไปตามสายลมที่พัดโชยเข้ามา ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา “ที่เจ้าเปิดเผยความลับเช่นนี้ออกมา อาจจะทำให้คนในจวนของเจ้าต้องลำบากได้ เจ้าไม่กลัวอย่างนั้นหรือ?”
หลงเฉินเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าทราบอยู่แล้วหรือ?”
“เจ้าจะสามารถตอบคำถามของข้าได้หรือไม่?” ฉู่เหยามองไปที่ดวงตาของหลงเฉินในเชิงถาม