เมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้มาจากหลงเฉิน ใบหน้าของฉู่เหยาก็ได้กลับคืนสู่อาการปกติอย่างช้าๆ มองไปที่หลงเฉินแล้วกล่าว “ในช่วงที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ที่พระบิดายังไม่ได้เก็บตัว พระบิดาได้บอกว่าข้านั้นเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในวิทยายุทธ์แห่งยุค อีกทั้งยังนับเป็นการปรากฏขึ้นมาครั้งแรกของจักรวรรดิ
ก่อนหน้าที่พระบิดาจะเก็บตัว เขามักจะให้กำลังใจข้าอยู่เสมอว่าให้ข้าตั้งใจฝึกฝน เพราะในช่วงที่เริ่มต้นนั้นข้ามักจะพบกับความยากลำบากอยู่เสมอ
แต่เมื่อข้าอายุได้สิบปี พระมารดาได้ล้มป่วยด้วยโรคประหลาดอย่างกะทันหัน ยังไม่ทันที่จะเชิญปรมาจารย์หวินฉีมารักษา นางก็ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว”
เมื่อกล่าวมาจนถึงท่อนหลัง ฉู่เหยาก็หยุดไปครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามมีน้ำตาคลออยู่ การนึกถึงความทรงจำที่แสนโหดร้ายมักทำร้ายจิตใจของผู้ที่เล่าเสมอ
“เมื่อข้าและน้องชายของข้าเริ่มเติมโตขึ้นมา ก็เริ่มรับรู้เรื่องราวมากมายภายในตำหนักขึ้นมาอย่างกระจ่างแจ้ง ได้ยินเรื่องเหล่านั้นมานับครั้งไม่ถ้วนจนชินหู พบเจอสิ่งที่เลวร้ายอย่างชินตา ในตอนนั้นเองข้าจึงได้ค้นหาสาเหตุการตายของพระมารดา แล้วก็พบได้ว่านั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ