แต่ว่าหลงเฉินก็ไม่อาจที่จะยึดความคิดเป็นของตนเองเป็นสำคัญ เขาเคยถูกกลั่นแกล้งจากผู้อื่นมาเนิ่นนานแล้ว ไม่มีความแข็งแกร่งในของวิทยายุทธ์จึงทำให้เขารู้สึกอ่อนแอและไม่ปลอดภัย
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด อยู่ในตำแหน่งที่สูงศักดิ์เพียงใด สำหรับหลงเฉินแล้วต่างก็เป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ประโยชน์เท่านั้น ก่อนที่เขาจะมีพลังฝีมือถึงเพียงนี้ก็เปรียบเสมือนกับกระดาษบางที่พร้อมจะถูกฉีกได้ทุกเวลา
ทว่าหลงเฉินนั้นก็ไม่อาจทราบได้ว่าปรมาจารย์หวินฉีจะสามารถช่วยเขาได้หรือไม่
“หลงเฉิน”
ในระหว่างที่หลงเฉินกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด เท้าก็ก้าวเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางบนถนนมุ่งสู่ชุมนุมผุ้หลอมโอสถ ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงคุ้นหูเรียกขานชื่อของเขาจนต้องหยุดเดินต่อ ในขณะที่กำลังเงยหน้าขึ้นก็พบกับรถลากคันหนึ่งหยุดนิ่งอยู่ในที่ที่ห่างไกลออกไป
ด้านบนรถลากมีหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ มืออันขาวผ่องได้เลิกม่านขึ้น เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่กำลังยิ้มแย้มอยู่กำลังจ้องมองมาที่หลงเฉิน นี่เป็นการบังเอิญเจอกันอีกครั้งของชายหญิงคู่นี้
“ฉู่เหยา”