“ใช่แล้ว ตอนนี้น้องชายของเจ้าคงจะดีขึ้นแล้วใช่หรือไหม เรื่องเมื่อครั้งก่อนข้าต้องขออภัยจากใจจริง” เรื่องขององค์ชายเจ็ดในสายตาของหลงเฉินนั้น อย่างไรเสียก็ถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทจนเกินไปอยู่ดี
“ไม่เป็นไร ให้คนเฉกเช่นเขาตกใจกลัวเสียบ้างก็ดี เขาสมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง” ฉู่เหยายิ้มขณะเหม่อมองไปยังนอกหน้าตารถลาก
ตลอดเส้นทางนั้นทั้งสองคนได้สนทนากันมาโดยตลอด ไม่นานนักก็ได้มาถึงทางเข้าของหุบเขาเมฆาคล้อย ฉู่เหยาลงจากรถไปก่อน จากนั้นก็มีองค์รักษ์มารับรถลากแล้วขับกลับไป
“ขึ้นไปด้านบนเป็นเพื่อนข้าหน่อย ข้าอยากชื่นชอบทัศนียภาพในสถานที่แห่งนี้เป็นที่สุด” ฉู่เหยาผายมือที่เรียวยาวไปทางทางเดินสายน้อยแห่งหนึ่งแล้วกล่าว “ในช่วงที่ยังเด็กอยู่ ข้านั้นชื่นชอบการปีนป่ายเขาเป็นประจำ แต่ทว่าหลังจากที่พระบิดาเอาแต่เก็บตัวก็ไม่มีโอกาสได้มายังที่แห่งนี้อีกเลย”
เมื่อฉู่เหยากล่าวมาจนถึงท้ายประโยคก็บังเกิดความเศร้าขึ้นมาในจิตใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหดหู่อย่างเห็นได้ชัดเจน หลงเฉินเองได้แต่ถอนหายใจออกมาราวกับไม่ว่าจะมีชาติกำเนิดเป็นเช่นไร ต่างก็มีสถานที่หนึ่งที่มีความหมายต่อจิตใจเช่นเดียวกัน