“เหตุใดเจ้าต้องทำร้ายองค์รักษ์ขององค์ชายฉางเฟิงกัน?” ฉู่หยางจุดประเด็นการวิวาทครั้งนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของชุมนุมผู้หลอมโอสถ ต่อให้เป็นถึงองค์ชายก็อาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะรับมือได้
“ไม่ได้มีเหตุผลอันใด เพียงแค่คิดเอาไว้ว่าโชคชะตาของเขาต้องเป็นเช่นนี้ มีเพียงฟ้าดินเท่านั้นที่จะทราบได้” หลงเฉินโบกมือไปมาแล้วกล่าว
“เจ้า……” ฉู่หยางไม่อาจระงับโทสะได้อีกต่อไป เขาคิดว่าหลงเฉินจะกล่าวออกมาด้วยเหตุและผลที่แท้จริง แต่กลับกลายเป็นวาจายั่วยุจนน่าโมโห ในมุมมองของหลงเฉินที่เป็นคนของชุมนุมผู้หลอมโอสถ อาจจะมองว่าเรื่องใหญ่เฉกเช่นนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยได้
คล้ายหลงเฉินแสร้งฟังไม่ออกถึงความหมายในวาจาขององค์ชายฉู่หยาง จึงได้กล่าววาจาตอบกลับมาเช่นนั้น ยิ่งทำให้ความโกรธของเขาปะทุขึ้นมาเป็นสาย
“เจ้ามีนามว่าหลงเฉินอย่างนั้นหรือ? ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของเจ้ามาก่อน ดูเหมือนว่าช่วงนี้เจ้าจะดูน่าเกรงขามขึ้นมาไม่น้อยเลยนะ?” องค์ชายเซี่ยฉางเฟิงแห่งจักรวรรดิต้าเซี่ยได้พูดแทรกระหว่างการสนทนาอย่างกะทันหัน