“หึหึ ความน่าเกรงขามของข้านั้นเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น หากเทียบกับคนของจักรวรรดิต้าเซี่ยของเจ้าแล้วก็เป็นได้เพียงแค่ผู้น้อยพบผู้สูงศักดิ์”
หลงเฉินชี้ไปทางชายหนุ่มคิ้วเลขแปดที่หมอบคลานอยู่บนพื้น เขาแสดงสีหน้าเหยียดหยามแล้วกล่าว “สุนัขขี่สัตว์มายาลากรถก่อความวุ่นวายในพื้นที่ของผู้อื่นอย่างอุกอาจ ไม่เห็นชีวิตผู้อื่นอยู่ในสายตา ให้ถือว่ามีความน่าเกรงขามอย่างนั้นหรือข้าคาดคิดไม่ถึงเลยว่าสุนัขของนายท่านจะมีความอุกอาจมากถึงเพียงนี้!”
เซี่ยฉางเฟิงขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความกังวล ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “นี่เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”
หลงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “อย่าได้มาถามข้า ไปถามสุนัขของเจ้าเถิด”
“ลู่โหลว มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ?” เซี่ยฉางเฟิงถามออกไปอย่างดุดัน หันหน้าไปหาชายหนุ่มคิ้วเลขแปด
“ใต้เท้า ข้าน้อยเพียงแต่เร่งรีบเท่านั้น ผู้ใดจะทราบได้กันว่าจะมีประชาชนอยู่ในที่แห่งนั้น ไม่ทราบด้วยว่ามาขวางทางได้อย่างไร โทษข้าน้อยไม่ได้นะ” ชายคิ้วเลขแปดได้สติขึ้นมาเล็กน้อย ฝืนทนความเจ็บปวดแล้วตอบกลับไป