แต่เมื่อนางพบว่าอาหมานช่างมีท่าทีที่สัตย์ซื่อจึงค่อยวางใจขึ้นมาได้มาก หลงเฉินเองก็ได้เล่าถึงชะตาชีวิตของอาหมานจนฮูหยินหลงตบปากรับคำอย่างยินดีที่จะให้อาหมานเข้ามาอยู่ร่วมกับสองแม่ลูกด้วย
หลังจากที่จัดการเรื่องของอาหมานจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลงเฉินได้กลับไปที่ห้องของเขาแล้วเริ่มหลอมโอสถต่อในทันที เขารู้สึกปลอดภัยและไม่ต้องพะวงต่อสิ่งใดจึงสามารถที่จะใช้พลังแห่งจิตวิญญาณออกมาได้ทั้งหมด เพื่อเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จในการหลอมโอสถ
สามวันเต็มๆ ที่หลงเฉินหมกตัวอยู่แต่ในห้อง สามวันสามคืนที่หลอมโอสถอย่างไม่หยุดหย่อน ในมือของหลงเฉินมีโอสถกักวายุอยู่เกือบร้อยเม็ดได้ อีกทั้งทั้งหมดนั้นยังเป็นโอสถระดับกลางเสียด้วย
นอกจากโอสถกักวายุแล้ว หลงเฉินยังได้หลอมโอสถที่ท้องตลาดต้องการอย่างมากขึ้นมาด้วย อาทิเช่น โอสถก่อโลหิต โอสถก่อรวม โอสถถอนพิษ เป็นต้น โอสถเหล่านี้สามารถที่จะนำไปขายให้แก่ทางสมาคมเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการจัดซื้อวัตถุดิบและสมุนไพรต่อไป
เมื่อหลงเฉินเดินออกจากห้องก็พบเป่าเอ๋อที่มีสีหน้าบูดบึ้งกำลังเดินเข้ามา หลงเฉินอดสงสัยไม่ได้จึงถามออกไป “เป่าเอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป?”