“หลงเฉิน ข้าต้องขอโทษด้วยข้าเข้าใจเจ้าผิดไป” ฉู่เหยากล่าวออกมาด้วยความไม่สบายใจ อีกด้านหนึ่งก็เก็บซ่อนความเกลียดชังต่อตนเองที่วู่วามจนเกินเหตุ
“ไม่เป็นไร อย่างไรเสียข้าก็เคยชินกับมันแล้ว” หลงเฉิงกล่าวเสียงเรียบ
วาจานั้นเรียบเฉยและเย็นชาเป็นยิ่งนักขัดกับแววตาที่แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผู้ใดได้จ้องมองเข้าไปอาจรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามของเจ้าของสายตาคู่นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การแสดงออกด้วยอารมณ์เช่นนี้ของหลงเฉินยิ่งทำให้ฉู่เหยาทวีความเจ็บปวดขึ้นในใจคล้ายกับว่าได้ทำร้ายร่างกายของคนผู้หนึ่งแล้วราดเกลือลงบนแผลแล้วขยี้ซ้ำอย่างไรอย่างนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะด่าทอตัวเองอยู่ภายในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เหอะเหอะ เจ้าก็อย่าได้คิดมากจนเกินไป ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้ารู้สึกแย่ตามไปด้วย” หลงเฉินหัวเราะฮาฮาแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเริงร่า
ฉู่เหยาที่กำลงจ้องมองไปยังใบหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มของหลงเฉิงก็ยิ่งทวีความเจ็บปวดแปลบมากขึ้นกว่าเดิม พลันนัยน์ตาทั้งคู่ก็แดงก่ำหยาดน้ำตาไหลรินลงมาอาบทั่วทั้งสองแก้ม
“เอะ!อย่าร้องสิ ข้าไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว ไม่ต้องร้อง”