เมื่อมือหยกข้างนั้นเข้ากระทบบนร่างของหลงเฉิน หลงเฉินก็ได้ก้าวถอยราวกับลื่นไหลออกไปเอง ฝ่ามือนั้นระทวยลงจนสลายสภาวะของฝ่ามือ ราวกับตบเข้าไปโดนบรรยากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้น
ความจริงแล้วฝ่ามือนี้ของฉู่เหยาที่ใช้ตบออกไปนั้นคือพลังทั้งหมดที่รวมไว้ บัดนี้กลับถูกหลงเฉินคลี่คลายพลังได้อย่างง่ายดาย จนแรงตบเบาเสียยิ่งกว่าปุยนุ่น นางจึงเกิดความรู้สึกตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด
“บัดซบ!! ถึงกับอาจหาญหลบพลังจากข้าไปได้” ฉู่เหยาร้องเสียงเจื้อยแจ้ว เมื่อเท้าได้ก้าวลงไปที่พื้นประดุจผีเสื้อบินลงท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ จากนั้นก็ได้ใช้อีกหนึ่งฝ่ามือฟาดออกไปเต็มแรง
หลงเฉินส่ายหน้าไปมาด้วยความระอายต่อวาจาของฉู่เหยา หญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ เหตุใดถึงได้เอ่ยวาจาดั่งโม่แป้งข้าวสาลีเช่นนี้กัน
แม้ว่าหลงเฉินจะมีแต่ความโกรธอยู่เต็มประดา แต่ก็ไม่อาจลงไม้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมทารุณกับอิสตรีที่แสนงดงามได้ หากเปลี่ยนเป็นโจวเย้าหยางแล้วนั้นคงจะลุกไม่ขึ้นไปตั้งแต่แรกแล้ว