มีอยู่บางครั้งที่เขาได้หลอมโอสถไร้ค่าออกมา ส่งมอบให้กวานเฉิงเป็นคนจัดการ ซึ่งถือเป็นกระบวนการทำงานตามปกติ โอสถไร้ค่าเหล่านั้นยังพอเหลือสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่บ้างนั่นคือใช้เป็นส่วนผสมของโอสถเหลว เนื่องจากโอสถไร้ค่านั้นไม่ควรที่จะนำไปขายทอดตลาดภายนอกนั่นเอง
สิ่งนี้จึงเป็นความเสี่ยงของชื่อเสียงในอาชีพนี้ หากถูกผู้คนเล่าลือกันว่าปรมาจารย์หวินฉีได้นำโอสถไร้ค่าออกมาขายก็จะกลายเป็นเรื่องติฉินนินทาของสหายร่วมอาชีพด้วยกันเอง
ปรมาจารย์หวินฉีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มองไปทางกวานเฉิงแล้วกล่าว “เจ้าก็ติดตามข้ามาหลายสิบปี นิสัยของข้านั้นเจ้าเองก็ทราบดี ไปด้วยตัวเองเถิด อย่าได้กลับมาอีกเลย”
ใบหน้าชราของกวานเฉิงซีดลงจากก่อนนี้มาก ภายในดวงตาทั้งคู่เริ่มเอ่อด้วยน้ำสีใส “ใต้เท้า ข้า……”
“ไปเถิด” หวินฉีโบกมือไปมา น้ำเสียงไร้เยื้อใย
เพียงครู่เดียวกวานเฉิงก็เกือบที่จะล้มทั้งยืน ประโยคนี้ของหวินฉีไม่ต่างอะไรไปจากได้ไล่เขาออกจากสมาคมผู้หลอมโอสถแล้ว
คนๆ หนึ่งที่เดิมทีเป็นพ่อบ้านที่สูงส่ง พริบตาเดียวก็ได้กลายเป็นเพียงฝุ่นดิน ไม่หลงเหลือสิ่งใด กวานเฉิงราวกับได้ชราขึ้นอีกหลายสิบปีภายในเวลาเพียงชั่วครู่