ปรมาจารย์หวินฉีรู้สึกอึ้งกับวาจาเหล่านั้น แล้วจึงกล่าวต่อ “เหอะเหอะ เจ้าเป็นคนตรงไปตรงมา ทั้งยังรับมือกับคนเจ้าเล่ห์ได้ดี ไม่เลวเลย”
“เหอะเหอะ สติปัญญาอันน้อยนิดของข้าน้อย มีหรือที่จะนำไปเทียบกับท่านผู้อาวุโสได้ ในเมื่อไม่อาจปิดบัง สู้อย่าได้แสร้งเป็นคนดีเสียยังจะดีกว่า” หลงเฉินโบกมือไปมาพร้อมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจ
ปรมาจารย์หวินฉีอดไม่ได้ที่ฉีกยิ้มขึ้นมา หลายปีมานี้ผู้คนทั้งหมดที่ได้พบเจอเขาต่างก็ให้ความเคารพยำเกรงต่อเขามาโดยตลอด แต่ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนสนทนากับเขาเช่นนี้ ช่างน่าสนใจเสียจริง
“เจ้าหนู เจ้ามายังสภาผู้หลอมโอสถ คงไม่ได้มาเพื่อจะร้องเรียนเรื่องนี้หรอกนะ”
“แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ ข้ามาเพื่อที่จะขอเข้ารับการทดสอบการเป็นผู้หลอมโอสถ” หลงเฉินกล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นมือขวาออกมา
ซูม!
เปลวเพลิงเล็กๆ สายหนึ่งลุกขึ้นมาบนปลายนิ้ว เพื่อที่จะทำให้ปรมาจารย์เกิดภาพติดตาเอาไว้อย่างตราตรึง หลงเฉินจึงค่อยๆ ขยับนิ้วเล็กน้อย เปลวเพลิงสายน้อยก็ได้เกิดการเคลื่อนไหวดุจวานรตัวหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น โฉบไปมาระหว่างปลายนิ้วของเขา
“เป็นการควบคุมที่ไม่เลวเลย”