เมื่อเห็นเปลวเพลิงนั้น ปรมาจารย์หวินฉีก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจไม่น้อย อายุเพียงเท่านี้แต่สามารถก่อรวมเพลิงโอสถขึ้นมาได้ นับได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว แต่ว่าความเคลื่อนไหวภายหลังของหลงเฉินกลับยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกพึงพอใจมากขึ้นไปอีก
การควบคุมพลังแห่งเพลิง สิ่งสำคัญก็คือผู้ใช้มีพลังแห่งจิตวิญญาณมากน้อยเพียงใด หลงเฉินไหลเวียนพลังปราณดุจดั่งมีชีวิตเช่นนี้ก็สามารถบอกได้แล้วว่าพลังแห่งจิตวิญญาณของเขาย่อมต้องเหนือล้ำกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่มากทีเดียว
ทว่าที่เขายังไม่ทราบก็คือสิ่งที่หลงเฉินยังไม่ได้แสดงออกมา ถ้าหากเขาแสดงวิชาลับที่เก่าแก่ที่อยู่ภายในความทรงจำของเขาออกมา ไม่ทราบว่าปรมาจารย์หวินฉีจะมีความรู้สึกแตกตื่นหรือไม่
“ไม่เลวเลย พลังแห่งจิตวิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปถึงหนึ่งส่วน เป็นดั่งต้นกล้าของการหลอมโอสถ” หวินฉีหยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าว
เมื่อได้ยินปรมาจารย์หวินฉีกล่าวเช่นนี้ หลงเฉินก็เหมือนกับได้ยกหินศิลาออกจากกลางใจ เก็บงำพลังฝีมือทั้งหมดเอาไว้ข้างในเป็นดีที่สุดแล้ว
“มาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปวัดพลังเสียหน่อย” ปรมาจารย์หวินฉีเดินนำหน้าหลงเฉินไป