แม้จะไม่ฆ่าตนเอง แต่กลับคิดที่จะช่วงชิงทรัพย์สมบัติของตระกูลอื่นที่กำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤติ จนทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีสภาพชีวิตที่ย่ำแย่ลงไป นี่แหละความเป็นจริงอันโหดร้ายที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้อยู่
“หลงเฉิน เจ้าหาที่ตาย ข้าว่าเจ้าคงได้รับบาดเจ็บจนสติเลอะเลือนไปแล้ว อยากถูกพี่เย้าหยางทุบตีปางตายอีกรอบอย่างนั้นหรือ? ”
“ใช่แล้ว ก็แค่เจ้าคนไร้ประโยชน์ที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้ ยังกล้าที่จะกล่าววาจาห้าวหาญเกินตัวเช่นนั้นออกมา ช่างหาที่ตายเสียแล้วจริงๆ”
“โง่เขลานัก เหตุใดจึงมีตัวโง่งมเช่นนี้ได้ เป็นถึงบุตรขุนนางเช่นเดียวกันกับพวกเราช่างถือเป็นความอัปยศของชนชั้นอย่างพวกเราเสียจริง”
โจวเย้าหยางยังไม่ทันจะกล่าววาจาใดออกมาต่อ ผู้คนรอบข้างเขากลับเริ่มที่จะชี้หน้าด่าทอหลงเฉินกันเสียงดังไปเสียก่อนจนน้ำลายพุ่งกระเซ็นออกมาเต็มไปหมด
“หลงเฉิน ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นบุตรขุนนางเช่นเดียวกับข้า แต่ว่าหนึ่งนั้นคือฟ้า อีกหนึ่งนั้นคือธุลี เจ้ามันก็เป็นได้แค่เพียงแมลงน่ารำคาญตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาของข้าเลยแม้แต่น้อย