ในการทดสอบครั้งนี้ข้ากับโจวเย้าหยางต่างก็ได้รับทราบและเข้าใจพลังของอีกฝ่าย อันมีส่วนช่วยเหลือในการฝึกยุทธ์ของพวกเราในวันข้างหน้าได้เป็นอย่างมาก เป็นประโยชน์อย่างยิ่งยวด พี่โจว ท่านว่าใช่หรือไม่?” หลงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้งแล้วมองไปทางโจวเย้าหยาง
โจวเย้าหยางแค้นจนเกือบจะสลบไป เขาพลาดท่าให้หลงเฉิน บัดนี้ทำได้เพียงแค่กล้ำกลืนฝืนทนความรู้สึกโกรธแค้นนี้ไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วหากไม่คล้อยตามหลงเฉิน เขากับหลงเฉินก็จะกลายเป็นผู้ที่ได้ละเมิดกฎของสำนัก ต่อให้เป็นบุตรขุนนางก็ย่อมไม่อาจที่จะฝ่าฝืนกฎของหอศึกษาอักษรได้
“ใช่แล้ว”
โจวเย้าหยางพยายามปรับน้ำเสียงของตนเองให้ราบเรียบ แต่ว่าหลังจากที่ได้รับความเจ็บปวด มันทำให้เสียงของเขาแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัดคล้ายกับกลืนบอระเพ็ดเข้าไป
ชายชราผู้นั้นมองไปทางหลงเฉิน ใบหน้าแสดงออกถึงความขำขันขึ้นมาเล็กน้อย พยักหน้าแล้วกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นที่เจ้ากล่าวมา ข้าก็ไม่อาจลงโทษพวกเจ้าได้แล้ว แต่จำเอาไว้ว่าจากนี้ไปห้ามก่อความวุ่นวายภายในที่แห่งนี้อีก”