จะกดทับให้หลงเฉินทรุดลงกับพื้น แต่หลงเฉินกลับนั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน แถมยังหาวหวอดใหญ่
หลี่เฮ่ากัดฟันอ่านข้อความเสียงดังฟังชัด:
“ไอ้เศษสวะหลงเฉิน เจ้าบังอาจทำร้ายคนของข้า นับเป็นโทษมหันต์! แต่เห็นแก่ความกล้าบ้าบิ่น ข้าเฟิงหยุนจะให้โอกาสเจ้าไถ่โทษ… จงทำลายแขนตัวเองทั้งสองข้าง แล้วคลานเข่าจากท้ายเขาขึ้นมาโขกศีรษะขอขมาที่หน้าตำหนักข้าเป็นเวลาสามวันสามคืน! หากทำตามนี้ ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้าและน้องสาว แต่หากขัดขืน… ข้าจะลบชื่อเจ้าออกจากโลกใบนี้ และจะส่งน้องสาวเจ้าไปเป็นนางบำเรอในค่ายทหาร!”
อ่านจบ หลี่เฮ่าก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ได้ยินชัดไหมไอ้ขยะ! ท่านเฟิงหยุนเมตตาเจ้ามากแล้ว รีบทำลายแขนตัวเองซะ ก่อนที่ข้าจะลงมือเอง!”
หลงเฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาหลี่เฮ่าด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ส่งมาสิ…” หลงเฉินแบมือ
“ฮ่าๆๆ! กลัวจนหัวหดเลยสิท่า!” หลี่เฮ่าหัวเราะร่า ยัดม้วนผ้าไหมใส่มือหลงเฉิน “ดี! รู้จักเจียมตัวแบบนี้ก็ดี! รีบๆ ทำซะ!”
หลงเฉินรับม้วนผ้าไหมสีทองมาถือไว้ พลิกดูซ้ายขวา
“ผ้าไหมเนื้อดี… ซับน้ำมันได้เยี่ยม”
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” หลี่เฮ่าขมวดคิ้ว
ทันใดนั้น หลงเฉินก็จับเสี่ยวเฮยที่ปากเลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำมันห