ทำได้แค่สีส้มหรือสีเหลืองเท่านั้น
การทดสอบดำเนินไปเรื่อยๆ ผู้คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นไป บ้างก็ดีใจจนกระโดดโลดเต้น บ้างก็ร้องไห้โฮเพราะทำได้แค่แสงสีแดงริบหรี่และถูกถีบตกเวทีไป
หลงเฉินยืนกอดอกรอคิวอยู่อย่างเบื่อหน่าย ท่ามกลางสายตาแปลกๆ ของคนรอบข้างที่ยังจำวีรกรรมหน้าประตูของเขาได้ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักทาย
“ฮ้าววว…” เสี่ยวเฮยบนบ่าหาวจนเห็นลิ้นไก่ “น่าเบื่อชะมัด… หินก้อนนั้นมันมีดีอะไรกัน มนุษย์พวกนี้ถึงได้ตื่นเต้นกันนักหนา? ข้าดูแล้วก็แค่หินภูเขาไฟธรรมดาที่เอามาลงอาคมกระจอกๆ”
“สำหรับมดปลวก แสงเทียนย่อมสว่างดุจดวงอาทิตย์” หลงเฉินตอบกลับในใจ “เจ้าอย่าเพิ่งบ่น เก็บแรงไว้ ข้าสังหรณ์ใจว่าเจ้าหินนี่อาจจะสร้างปัญหาให้ข้า”
“ต่อไป! หลงเฉิน!”
เสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้น หลงเฉินขยับตัว เดินแหวกฝูงชนขึ้นไปบนแท่นหิน
ทันทีที่เขายืนอยู่หน้าหินวัดปราณ สายตาดูแคลนจากผู้อาวุโสโม่ก็กวาดมองมาที่เสื้อผ้าเก่าๆ และกลิ่นอายพลังปราณที่ดูเบาบางของเขา (เนื่องจากหลงเฉินกดพลังไว้)
“เจ้าหรือที่ก่อเรื่องหน้าประตู?” ผู้อาวุโสโม่ถามเสียงแข็ง “ได้ข่าวว่าเจ้ามีฝีมือดีนี่ แต่จำไว้… ที่สำนักกระบี่สวรรค์ พรสวรรค์และรากฐานสำคัญก