ะโชว์เทพจัดการยอดฝีมือได้ แต่การเผชิญหน้ากับกองทัพเรือนร้อยในพื้นที่เปิดโล่งนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“เฉินเอ๋อ... อย่าออกไป! เรายังมีกำแพงคฤหาสน์ ข้าจะสู้ตายอยู่ที่นี่!” หลงจ้านตะโกนพลางรั้งแขนลูกชายไว้
หลงเฉินค่อยๆ แกะมือบิดาออกอย่างนุ่มนวล ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก “ท่านพ่อ… กำแพงเหล่านี้มีไว้ปกป้องคนอ่อนแอ แต่สำหรับข้า… มังกรไม่เคยซ่อนตัวอยู่ในรูหอย”
“ฮี้ๆๆ! พูดได้ดีไอ้หนู!” เสี่ยวเฮยที่เกาะอยู่บนบ่าส่ายหางงูไปมาอย่างตื่นเต้น “ข้าเบื่อที่จะอยู่ในค่ายกลขยะๆ นี่เต็มทีแล้ว เลือดข้างนอกนั่นกลิ่นหอมแรงใช้ได้เลยนะเนี่ย!”
หลงเฉินก้าวเดินออกจากประตูใหญ่เพียงลำพัง ทิ้งความห่วงใยของคนในตระกูลไว้เบื้องหลัง เขายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูนับร้อยที่ชักอาวุธยาวเหี้ยมเกรียมชี้มาที่จุดเดียว แสงแดดยามสายสะท้อนคมดาบจนวาววับ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างผอมเพรียวนั้นกลับกดข่มอาวุธนับร้อยจนดูไร้ค่า
“เจ้าขยะหลงเฉิน! เจ้ากล้าเดินออกมาส่งตายเองรึ!” องครักษ์ระดับสูงของตระกูลจ้าวคนหนึ่งตะโกนข่มขวัญ
หลงเฉินไม่ได้ตอบคำถาม เขากวาดสายตามองกองทัพเบื้องหน้าด้วย