ด้ข่าวว่าตระกูลหลงตกอับจนแทบไม่มีกิน สงสัยจะจริงแฮะ ถึงขนาดต้องเอาขยะมาขาย”
“ช่างน่าสมเพชจริงๆ…”
หลงเฉินไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขามองหน้าพนักงานหนุ่มด้วยแววตาสงบนิ่งที่แฝงไปด้วยความเย็นชา
“เจ้าชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อ ‘หลิวซาน’ เป็นผู้ช่วยผู้ดูแลชั้นหนึ่ง!” พนักงานหนุ่มยืดอกอวดเบ่ง “ทำไม? อยากจะจำชื่อข้าไปกราบไหว้บูชารึไง?”
“เปล่า” หลงเฉินส่ายหัว “ข้าแค่จะจดจำชื่อของสุนัขที่เห่าใส่ข้า จะได้หักขาถูกตัว”
“สามหาว!” หลิวซานหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “ไอ้สวะ! ข้าอุตส่าห์พูดดีๆ ไม่ชอบ อยากเจ็บตัวใช่ไหม! ยาม! มาลากตัวมันออกไปโยนทิ้งที่กองขยะหลังร้าน!”
ยามร่างยักษ์สองคนเดินเข้ามาพร้อมกระบองไม้ เตรียมจะเข้าล็อกตัวหลงเฉิน
“ข้ามีโอสถระดับสูงมาขาย” หลงเฉินพูดขึ้นลอยๆ มือขวาล้วงเข้าไปหยิบขวดกระเบื้องออกมาถือไว้ “หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องข้า แล้วทำให้โอสถขวดนี้เสียหาย… ต่อให้ขายชีวิตพวกเจ้าทั้งตระกูล ก็ชดใช้ไม่พอ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แฝงด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ยามทั้งสองชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
หลิวซานเห็นขวดกระเบื้องในมือหลงเฉินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเยาะเสียงดังกว่าเดิม
“โอสถระดับสูง? ถุย! ขวดกระเบื้องราคาถูกท